ตามข้อสั่งการ “พัฒนา” รมว.สาธารณสุข ให้ สปสช. ดูแลประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ไม่ให้การรักษาสะดุด สปสช. เขต 6 ระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัด พบผู้ป่วยฟอกไตได้รับผลกระทบ 723 คน และกลุ่มผู้สูงอายุ–ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 8,715 คน เร่งประสานหน่วยบริการและหน่วยงานในพื้นที่รองรับการรักษา หลังหน่วยไตเทียมปิด 2 แห่ง พร้อมจัดรถรับส่งผู้ป่วย และประสานความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1330 แล้ว 153 เรื่อง

นพ.สุรทิน มาลีหวล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รับผิดชอบของ สปสช. เขต 6 ระยอง ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ และสระแก้ว ว่า จากรายงานสถานการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. พื้นที่ได้รับผลกระทบทั้ง 8 จังหวัด โดยสถานการณ์หนักอยู่ที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 180,000 คน และมีศูนย์พักพิง 210 แห่ง รองรับประชาชน 12,524 คน
ทั้งนี้ ตามข้อสั่งการของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สปสช. ดูแลประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “สิทธิบัตรทอง 30 บาท” ที่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพและได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ป่วยไต
สปสช. เขต 6 ได้ติดตามกลุ่มผู้ป่วยเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พบว่า มีผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้รับผลกระทบจำนวน 723 คน จากทั้งหมด 5,738 คน แบ่งเป็นผลกระทบเล็กน้อย 584 คน และปานกลาง 139 คน ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงได้รับผลกระทบจำนวน 8,715 คน จากทั้งหมด 26,149 คน แบ่งเป็นผลกระทบเล็กน้อย 6,744 คน และปานกลาง 1,971 คน
“ผู้ป่วยฟอกไตต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง การเดินทางลำบากหรือหน่วยบริการหยุดให้บริการจึงต้องเร่งหาทางออกเป็นรายกรณี สปสช. เขต 6 และหน่วยไตเทียมได้โทรติดตามผู้ป่วย ประเมินผลกระทบ และประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการฟอกไต หรือย้ายไปรับบริการในหน่วยที่ยังเปิดให้บริการ” นพ.สุรทิน กล่าว
ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 6 ระยอง กล่าวต่อว่า สถานการณ์ขณะนี้ หน่วยไตเทียมในพื้นที่มีทั้งหมด 119 แห่ง เปิดให้บริการ 117 แห่ง และปิด 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลแกลง จ.ระยอง และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี
สำหรับการประสานย้ายจุดฟอกไต ผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแกลง 48 คน ได้รับการประสานไปฟอกไตที่เมืองแกลงคลินิกเวชกรรม ส่วนผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 45 คน และวีคอมฟอร์ท คลินิกเวชกรรม 39 คน รวม 84 คน ได้รับการประสานไปยังโรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา 28 คน โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี 36 คน โรงพยาบาลนครนายก 10 คน และคลินิกเวชกรรมหมอกฤตนัน-หมอวิรชา จ.นครนายก 10 คน
นอกจากนี้ ผู้ป่วยใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ต้องย้ายจุดฟอกไตอีก 7 คน ได้รับการประสานไปยังโรงพยาบาลบางคล้า 3 คน โรงพยาบาลพนมสารคาม 3 คน และโรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม 1 คน รวมมีผู้ป่วยที่ได้รับการประสานย้ายจุดฟอกไตตามสถานการณ์ 139 คน
ขณะเดียวกัน สปสช. เขต 6 ได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดหารถทหาร รถกู้ภัย และเรือ สำหรับรับส่งผู้ป่วยเข้ารับบริการฟอกเลือด รวมถึงประสานไปรษณีย์จัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังสถานที่ที่ผู้ป่วยอพยพไปพักอาศัย
นพ.สุรทิน กล่าวต่อว่า ส่วนการช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่ผ่านสายด่วน สปสช. 1330 มีคำขอประสานความช่วยเหลือสะสม 153 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลือแล้วครบทั้งหมด ประกอบด้วย ขอรถเดินทางไปฟอกไต 140 ราย ย้ายหน่วยฟอกไต 7 ราย ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 1 ราย ขออาหารและน้ำดื่ม 2 ราย ขอรถเดินทางไปตรวจหรือรับยา 2 ราย และขอรถย้ายบ้าน 1 ราย ขณะเดียวกันมีรายงานยารักษาน้ำกัดเท้าขาดแคลนในบางพื้นที่ของ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี
นพ.สุรทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมนี้ สปสช. เขต 6 ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเข้ารับบริการที่หน่วยบริการซึ่งจัดเตรียมไว้ พร้อมแจ้งแนวทางการใช้เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) สำหรับจัดบริการสุขภาพกรณีเร่งด่วนภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ จะติดตามและประสานผู้ป่วยฟอกไตที่ยังต้องได้รับการช่วยเหลือใน อ.เมืองฉะเชิงเทรา อ.บางคล้า อ.บ้านโพธิ์ และ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยจากผลกระทบของน้ำท่วม
“หากผู้ป่วยหรือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยไม่สามารถเดินทางไปตามนัดหรือเข้ารับบริการได้ ขอให้แจ้งหน่วยบริการที่รักษาอยู่ หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานความช่วยเหลือตามความจำเป็น โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไตไม่ควรหยุดการรักษาเอง ทั้งนี้ สปสช. เขต 6 จะติดตามสถานการณ์และร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ดูแลให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม” ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 6 ระยอง กล่าว
///////////// 06 ตุลาคม 2569
☎️ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
🌐 Website | https://www.nhso.go.th/th
📘 Facebook | https://www.facebook.com/
NHSO.Thailand
Chrome (แนะนำ)
Firefox
Safari
IE 11 ขึ้นไป