ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
(Thailand’s Personal Data Protection Act B.E. 2019) หรือ PDPA

ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๖๙
____________
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นไปพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแนวนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดหลักเกณฑ์ กลไก และมาตรการกำกับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เป็นหลักการทั่วไปไว้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙ เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงสำนักงานสาขาด้วย
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
“ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานตามข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล
“แนวนโยบาย” หมายความว่า หลักการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานกำหนดขึ้นและประกาศใช้งาน
“แนวปฏิบัติ” หมายความว่า ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานกำหนดขึ้นและประกาศใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด
“บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“เจ้าของข้อมูล” หมายความว่า บุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้มีสิทธิโดยชอบตามกฎหมาย“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า สำนักงานซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามคำสั่ง หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ให้เป็นไปตามวิธีการหรือมาตรการที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เข้าใจกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลขององค์กร เข้าใจงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย มีความรู้เกี่ยวกับองค์กรและมีความสามารถที่จะสร้างวัฒนธรรมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กร
“ข้อมูลนิรนาม” หมายความว่า ข้อมูลหรือชุดข้อมูลที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าโดยระบบอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดเก็บ การใช้ เปลี่ยนแปลง เปิดเผย ส่งต่อ ทำลาย ทำให้เป็นข้อมูลนิรนาม หรือดำเนินการอื่นใดต่อข้อมูลดังกล่าว
“การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า เหตุการณ์ใด ๆ ที่ทำให้เกิดการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
ข้อ ๔ แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน ประกอบด้วย
(๑) การกำหนด และแยกแยะข้อมูลส่วนบุคคล
(๒) การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(๓) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๔) แนวปฏิบัติในการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๕) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
(๖) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการการจัดทำข้อมูลนิรนาม
ข้อ ๕ ในกรณีที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการดำเนินงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการกำหนดแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ว่าด้วยการนั้น
ข้อ ๖ การกำหนด และแยกแยะข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย
(๑) การกำหนดความหมาย และขอบเขตของข้อมูลส่วนบุคคล
(๒) การตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล
(๓) แหล่งที่มาความเชื่อมโยง และเส้นทางของข้อมูลส่วนบุคคลในสำนักงาน
(๔) การกำหนดความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคล
(๕) การกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๖) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ
ข้อ ๗ การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
(๑) ฐานความยินยอม
(๒) ฐานสัญญา
(๓) ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต
(๔) ฐานภารกิจของรัฐ
(๕) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
(๖) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
(๗) ฐานเอกสารประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ และการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
ข้อ ๘ ให้มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
(๑) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่โดยทั่วไปของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
(๒) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่โดยทั่วไปของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(๓) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่โดยทั่วไปของผู้เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๔) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(๕) แนวปฏิบัติของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการรับคำร้องขอตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(๖) แนวปฏิบัติตามคำร้องขอตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(๗) แนวปฏิบัติของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
(๘) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการคำร้องขอจากรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
(๙) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
(๑๐) ความรับผิดทางแพ่ง ความรับผิดทางอาญา และโทษทางปกครอง
ข้อ ๙ การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีขั้นตอนที่จะต้องพิจารณา ดังนี้
(๑) ขอบเขตการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๒) ขั้นตอนของการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๑๐ การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่าประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือไม่
ข้อ ๑๑ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ให้กำหนดมาตรการหรือกระบวนการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ให้จัดทำเป็นข้อมูลนิรนาม
ข้อ ๑๒ เพื่อให้การดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ให้แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน เป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้แนบท้ายประกาศนี้
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูล มีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใด ๆ เกี่ยวกับแนวนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศนี้ สามารถติดต่อได้ที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ ๑๒๐ ชั้น ๒-๔ หมู่ ๓ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๑๔๑ ๔๐๐๐ โทรสาร ๐๒ ๑๔๑ ๙๗๓๐ - ๑ เว็บไซต์ : www.nhso.go.th
ข้อ ๑๔ ให้ส่วนงานภายในสำนักงานที่เกี่ยวข้อง ในการรวบรวม การจัดเก็บ การใช้ เปิดเผยและดําเนินการอื่นใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนจัดเก็บตามประกาศนี้โดยเคร่งครัด
ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทบทวนแนวนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบันอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
ข้อ ๑๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้เลขาธิการเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด โดยอาจมอบหมายให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาก่อนก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
ประกาศนโยบายและแนวทางปฏิบัติ (PDPA) : ดาวน์โหลดที่นี ่
เอกสารแนบท้ายประกาศ (PDPA) : ดาวน์โหลดที่นี่
Privacy notice : ดาวน์โหลดที่นี ่
Chrome (แนะนำ)
Firefox
Safari
IE 11 ขึ้นไป