“ครูนางฟ้า” โรงเรียนเทศบาล 3 (ชาญวิทยา) จังหวัดเพชรบูรณ์ พัฒนากลไก ครูรับฟังโดยไม่ตัดสิน ช่วยนักเรียนกล้าเปิดใจและขอความช่วยเหลือ เชื่อมการคัดกรอง ดูแล และส่งต่อโรงพยาบาล พร้อมสร้างชุมชนเพื่อนช่วยเพื่อน เดินหน้าขยายแนวทางสู่โรงเรียนเครือข่ายและครูรุ่นใหม่

นายวิฑูลย์ แซมสีม่วง ครูโรงเรียนเทศบาล 3 (ชาญวิทยา) อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า โรงเรียนดำเนินโครงการ “ครูนางฟ้า” เพื่อให้นักเรียนมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยปัญหาและขอความช่วยเหลือ โดยพัฒนาครูให้มีทักษะสังเกต รับฟัง และเข้าใจความรู้สึกของเด็กก่อนตัดสินพฤติกรรม พร้อมดูแลติดตามและประสานส่งต่อเข้าสู่บริการสุขภาพเมื่อจำเป็น ซึ่งครูเป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพจิต เพราะอยู่ใกล้ชิดนักเรียนและมีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรม ขณะที่เด็กบางคนยังไม่เข้าใจปัญหาที่ตนเองเผชิญ หรือไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับใคร การมีผู้รับฟังที่เด็กไว้วางใจจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือให้ตรงกับความจำเป็น

จากประสบการณ์พบว่า ปัญหาของนักเรียนเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งครอบครัว สื่อ และสภาพแวดล้อม เด็กบางคนเผชิญความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวหรือขาดผู้รับฟัง โรงเรียนจึงต้องทำความเข้าใจเบื้องหลังพฤติกรรม ควบคู่กับการสร้างความไว้วางใจ เพื่อให้เด็กกล้าเปิดเผยปัญหาและร่วมค้นหาแนวทางแก้ไข ที่ผ่านมาครูฝ่ายปกครอง ครูวิชาการ และครูแนะแนว จึงร่วมกันพัฒนาแนวทางดูแล โดยมีสถาบันพัฒนาระบบบริการสุขภาพองค์รวม (สพบ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) จัดอบรมให้คณะครู เริ่มในปี 2566 และปี 2569 ขยายการนำองค์ความรู้จากครูประจำชั้นไปสู่ครูแนะแนว เพื่อเชื่อมการดูแลสุขภาพจิตกับกิจกรรมในชั้นเรียน
กระบวนการดูแลจะเริ่มจากการสังเกตและพูดคุย ใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น PHQ-A ของกรมสุขภาพจิตคัดกรองเบื้องต้น แล้วแบ่งกลุ่มเพื่อวางแผนช่วยเหลือให้เหมาะสม โดยพูดคุยเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจบริบทของนักเรียนแต่ละคน พร้อมติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยนักเรียนที่ต้องการการดูแลเพิ่มเติมจะได้รับการประสานประเมินเพื่อพิจารณาส่งต่อ หากมีอาการรุนแรง โรงเรียนจะประสานโรงพยาบาลเพชรบูรณ์เข้าสู่กระบวนการรักษา ส่วนเด็กที่อยู่ระหว่างรักษาจะได้รับการดูแลร่วมกับโรงพยาบาล เพื่อเชื่อมความช่วยเหลือในโรงเรียนกับบริการสุขภาพ

เครื่องมือสำคัญที่ครูนำมาใช้ คือ “การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ หรือ MI” เน้นไม่รีบตัดสิน ไม่รีบปฏิเสธ และไม่รีบให้คำแนะนำก่อนเข้าใจปัญหา ควบคู่กับการสังเกต ใช้คำถามปลายเปิด ให้กำลังใจ และสะท้อนความคิดและความรู้สึก พร้อมใช้แนวคิดการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมระดับความเข้มข้นต่ำ หรือ Li-CBT ช่วยเรียนรู้การจัดการความคิดและความรู้สึก
“การมีเครื่องมือ มีกระบวนการช่วยให้ผู้บริหาร คุณครู ได้พูดคุยเรื่องราวเหล่านี้ไปเรื่อยๆ คุณครูก็จะยิ่งเข้าใจในพฤติกรรมของเด็ก และการสื่อสารของเด็ก รวมถึงสามารถช่วยเหลือกรณีที่มีเคสหนักๆ ได้” นายวิฑูลย์กล่าว และว่า นอกจากนี้โรงเรียนยังพัฒนานักเรียนที่มีความพร้อมให้มีทักษะรับฟังและช่วยเหลือเพื่อน เกิดเป็น “ชุมชนหมอน้อย” โดยมีครูสนับสนุน ขณะที่นักเรียนกลุ่มอื่นได้รับการดูแลผ่านกิจกรรมและใบงาน เช่น การค้นหาคุณค่าของตนเอง การรับมือเมื่อรู้สึกไม่ไหว และการปรับความคิด พร้อมประเมินซ้ำเพื่อวางแผนดูแลต่อไป

นายวิฑูลย์กล่าวเพิ่มเติมว่า การพูดคุยโดยไม่ตัดสินช่วยให้ครูเข้าใจปัญหาพฤติกรรม การใช้สารเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต และเปิดโอกาสให้เด็กร่วมค้นหาแนวทางเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับการติดตาม แทนการจบเพียงพูดคุยหรือตักเตือน พร้อมประสานเครือข่ายในพื้นที่เมื่อจำเป็น
ปัจจุบัน โรงเรียนมีเป้าหมายผลักดัน “ครูนางฟ้า” เป็นนโยบายหลัก และเป็นแม่ข่ายถ่ายทอดแนวทางสู่โรงเรียนเนินพิทยาคมและโรงเรียนบ้านดงน้ำเดื่อ รวมถึงร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ถ่ายทอดความรู้ให้นักศึกษาฝึกสอน เพื่อส่งต่อแนวคิดการดูแลใจเด็กสู่ครูรุ่นใหม่ พร้อมวางแผนขยายงานไปยังระดับประถมศึกษาตอนปลาย
ในปี 2569 โรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ช่วยให้ดำเนินงานดูแลเด็กและเยาวชนได้ต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยนายวิฑูลย์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันคือการส่งเสริมผู้ปกครองให้มีทักษะสื่อสารและรับฟังบุตรหลาน เพื่อเชื่อมการดูแลระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และโรงพยาบาล ให้เด็กมีผู้รับฟังและเข้าถึงความช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
////////// 9 ตุลาค 2569
☎️ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
🌐 Website | https://www.nhso.go.th/th
📘 Facebook | https://www.facebook.com/
NHSO.Thailand
Chrome (แนะนำ)
Firefox
Safari
IE 11 ขึ้นไป