เครือข่ายคนไทยไร้สิทธิฯ ถอดบทเรียนการทำงาน 10 ปี พบผู้มีปัญหาสถานะทางทะเบียนหลายรายติดขัดระหว่างรวบรวมเอกสาร พิสูจน์ตัวบุคคล และยื่นคำร้อง จึงพัฒนา Data Dashboard ติดตามความคืบหน้ารายกรณี ผลทดลองใช้ 6 เดือนบันทึกข้อมูลแล้ว 979 ราย พร้อมนำปัญหาที่พบจากพื้นที่จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้การช่วยเหลือต่อเนื่องไปถึงการเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล

หน่วยงานองค์กรเครือข่ายคนไทยไร้สิทธิในระดับพื้นที่ ประกอบด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพอ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรมกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง และองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมจัดเวทีนโยบายการพัฒนากลไกแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะของคนไทย เพื่อการเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพอย่างเป็นธรรม เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรม Tara Grand อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เปิดให้ผู้ปฏิบัติงานแลกเปลี่ยนบทเรียนและอุปสรรค ก่อนนำข้อมูลไปพัฒนาแนวทางช่วยเหลือประชาชน

นพ.ขวัญประชา เชียงไชยสกุลไทย คณะกรรมการกำกับทิศทางการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้านและคนจนเมือง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การช่วยคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนเดินหน้าได้ด้วยความร่วมมือของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เคยตกหล่นจากระบบจึงมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการรับรองสถานะ และเข้าถึงสวัสดิการกับบริการรักษาพยาบาลตามสิทธิ
การทำงานมี 9 หน่วยงานตามบันทึกความร่วมมือ ร่วมขับเคลื่อนภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบงานทะเบียนราษฎร กระทรวงยุติธรรม ซึ่งสนับสนุนการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมผ่านสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลบริการสุขภาพและการเก็บตัวอย่างในโรงพยาบาลเครือข่าย ตลอดจนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในพื้นที่

ส่วน สปสช. ร่วมเชื่อมประสานเครือข่ายและดูแลการเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ สสส. สนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคม ขณะที่องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ ค้นหาผู้ประสบปัญหา และนำเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ
“สิ่งที่ทำให้งานเดินหน้ามาได้คือความร่วมมือของคนทำงานในพื้นที่และหน่วยงานต่าง ๆ สปสช. เป็นข้อต่อสำคัญในการเชื่อมประสานเครือข่าย ส่วน สสส. สนับสนุนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อทุกฝ่ายช่วยกัน คนที่เคยตกหล่นจากระบบจึงมีโอกาสได้รับสิทธิที่ควรได้รับ” นพ.ขวัญประชากล่าว
นพ.ขวัญประชาอธิบายว่า การช่วยเหลือแต่ละรายต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจสอบสถานะ รวบรวมเอกสาร สอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบประวัติและอัตลักษณ์บุคคล ตรวจสารพันธุกรรมในกรณีจำเป็น ไปจนถึงเสนอนายทะเบียนพิจารณา เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน และทำบัตรประชาชน แต่ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางรายขาดเอกสาร บางรายต้องประสานหลายหน่วยงาน หลายจังหวัด หากไม่มีข้อมูลติดตาม อาจไม่เห็นว่าคำร้องติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด
เครือข่ายจึงพัฒนา Data Dashboard เพื่อบันทึกและติดตามการช่วยเหลือรายกรณี ผลทดลองใช้ประมาณ 6 เดือนมีข้อมูลเข้าสู่ระบบ 979 ราย โดยจังหวัดกาญจนบุรีมีการบันทึกข้อมูลมากที่สุด ในข้อมูลที่รายงาน มีผู้ยื่นคำร้องสำเร็จร้อยละ 62 ได้รับบัตรประชาชนร้อยละ 47 และได้รับบัตรเลข 0 ร้อยละ 16 ตัวเลขแต่ละส่วนสะท้อนความคืบหน้าคนละขั้นตอน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนได้รับสิทธิรักษาพยาบาลแล้ว
ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้เครือข่ายเห็นปัญหาที่เกิดซ้ำในหลายพื้นที่ และนำไปหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ตรงจุด ทั้งเรื่องเอกสาร การพิสูจน์ตัวบุคคล และการเชื่อมข้อมูลหลังได้รับการรับรองสถานะ พร้อมใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อลดการตกหล่นระหว่างขั้นตอนทางทะเบียนกับการเข้าถึงสิทธิสุขภาพ
นพ.ขวัญประชากล่าวว่า ในระยะ 1–2 ปีข้างหน้า เครือข่ายจะรวบรวมข้อเสนอจากผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อทำให้ขั้นตอนช่วยเหลือชัดเจนขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันปัญหาการไม่แจ้งเกิด การแก้ไขสถานะทางทะเบียน ไปจนถึงการใช้สิทธิสุขภาพและบริการของรัฐ เป้าหมายคือให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือจนใช้สิทธิที่พึงได้รับได้จริง
///////// 7 ตุลาคม 2569
☎️ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
🌐 Website | https://www.nhso.go.th/th
📘 Facebook | https://www.facebook.com/
NHSO.Thailand
Chrome (แนะนำ)
Firefox
Safari
IE 11 ขึ้นไป