ข่าวประชาสัมพันธ์

รพ.ประจวบคีรีขันธ์ผ่าตัดสมองและผ่าตัดข้อสะโพกฟรีสำหรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง

796 56
แชร์

สปสช. เยี่ยมชมการจัดบริการผ่าตัดสมองและผ่าตัดข้อสะโพก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ชี้สามารถทำการรักษาผ่าตัดผู้ป่วยสมองและข้อสะโพกแก่ผู้มีสิทธิบัตรทองจำนวนมากฟรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2566 นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ นพ.พีระมน นิงสานนท์ ผอ.สปสช.เขต5 ราชบุรี ลงพื้นที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเยี่ยมชมการจัดบริการผ่าตัดสมองและผ่าตัดข้อสะโพกฟรีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยบัตรทอง โดยมี นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และทีมสหวิชาชีพให้การต้อนรับ

นพ.อารักษ์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ระยะทางค่อนข้างยาว อำเภอที่อยู่ไกลที่สุดคือ อ.บางสะพานน้อย ไกลมากถึง 120 กม. จึงจำเป็นที่จะต้องยกระดับโรงพยาบาลและการรักษาพยาบาล 

ทั้งในกรณีฉุกเฉินและกรณีซับซ้อน อีกทั้งยังเพิ่มการผ่าตัดนอกเวลาราชการเพื่อให้การรอคอยวันผ่าตัดของผู้ป่วยลดน้อยลง ผู้ป่วยบัตรทองจึงสามารถมั่นใจได้ว่า โรงพยาบาลพร้อมรองรับอย่างเต็มที่ตั้งแต่ขั้นตอนเข้ารับการรักษาตลอดจนการฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด

ปัจจุบันโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด  278 เตียง มีผู้ป่วยในเฉลี่ยประมาณ 250 คน/วัน และมีอัตราการครองเตียงอยู่ที่ 89.34% ของจำนวนเตียงทั้งหมด

ผอ.รพ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่ในส่วนของผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดจากแผนกศัลยกรรมระบบประสาทย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564 ถึงปี 2566 มีจำนวนรวม 569 เคส ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกและข้อเข่าเทียมจากแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ รวม 258 เคส นอกจาก 2 แผนกนี้แล้ว ยังมีแผนกจักษุที่ทำการผ่าตัดตาต้อกระจกซึ่งเป็นโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยในมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยในช่วง 3 ปีนี้ได้ทำการผ่าตัดไปแล้วกว่า 1,948 เคส

“สิ่งที่สะท้อนจากตัวเลขเหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้ประชาชนสิทธิบัตรทองเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความหวังกับชีวิต สามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้แก่ครอบครัวโดยไม่ต้องทนทุกข์จากอาการเจ็บป่วยอีกต่อไป” นพ.อารักษ์ กล่าว

ด้าน นพ.อภิชาติ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์มีความสามารถในการรองรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองและผ่าตัดข้อสะโพก ซึ่งเป็นหัตถการที่ผู้ป่วยและญาติมักจะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะต้องใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญอย่างมาก ทำให้ต้นทุนการรักษาสูงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม  โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์เป็นอีกหนึ่งในโรงพยาบาลที่ให้บริการประชาชนผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพอย่างเต็มที่สามารถทำการผ่าตัดสมองตลอดจนผ่าตัดข้อสะโพกแก่ผู้ป่วยจำนวนมาก

โดยไม่ต้องมีการส่งต่อไปโรงพยาบาลส่วนกลาง ทำให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้เข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที ทำให้หลังการผ่าตัดผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว นอกจากจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาแล้วยังสามารถประหยัดค่าเดินทาง อีกทั้งหลังการผ่าตัดจะมีเจ้าหน้าที่ตามไปฟื้นฟูผู้ป่วยที่บ้านอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

“สิทธิบัตรทองสามารถครอบคลุมได้ทุกโรค-ทุกกรณีที่ สปสช. ได้กำหนด ต่อให้เป็นค่ารักษาที่แพง การรักษาที่ยาก หรือมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งหากประชาชนมีความสงสัยก็สามารถประสานทางหน่วยบริการเพื่อที่จะได้รับคำชี้แจงได้ โดยสามารถโทรไปปรึกษาได้กับ สปสช.เขต หรือโทร 1330 เพื่อรับคำแนะนำได้” นพ.อภิชาติ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.อภิชาติ และคณะยังได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดสมอง และผ่าตัดข้อสะโพกเทียม โดยรายแรกคือ นางณัฏฐ์ฐิพันธุ์ พิมพันธุ์ดี อายุ 73 ปี มีอาการกระดูกต้นขาข้างขวาหักจากการประสบอุบัติเหตุ ได้ทำการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมด้านขวาเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถลุกเดินใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบเป็นปกติ แต่ต้องมีการฟื้นฟูทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง มีการฝึกการเดินโดยใช้อุปกรณ์กระตุ้น รวมทั้งฝึกบริหารกล้ามเนื้อขา เกร็งกล้ามเนื้อต้นขา กระดกข้อเท้าลุกนั่ง

“การที่มีโรงพยาบาลที่พร้อมให้การผ่าตัดเป็นสิ่งที่ดีมาก ตอนรักษาอยู่โรงพยาบาลมา 13 วัน ลูกหลานเราก็ไม่ต้องเดือดร้อนไปส่งต่อที่อื่น ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ซัปพอร์ตเราเป็นอย่างดี ตอนไปถึงวันแรกยังไม่มีห้องพิเศษพักแต่พอมีห้องว่าเขาก็จัดให้เราทันที และข้อสะโพกเทียมที่ผ่าตัดมาสามารถใช้งานได้เหมือนข้อสะโพกปกติไม่มีอาการปวดหลังผ่าตัดเลย” นางณัฏฐ์ฐิพันธุ์ กล่าว

สำหรับผู้ป่วยรายต่อมาคือ หญิงไทยอายุ 29 ปี ได้รับการผ่าตัดจากอาการเลือดคั่งในสมอง หลังการผ่าตัดได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเกือบ 1 เดือนเต็มจึงได้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน และมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลอาการอย่างต่อเนื่อง 

“ช่วงแรกมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและกังวลว่าสิทธิ 30 บาทจะใช้ได้ไหม พอรู้ว่าใช้ได้ก็ขอบคุณโรงพยาบาลและสิทธิบัตรทองที่ดูแลอย่างดีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งตอนที่ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลและหลังออกจากโรงพยาบาล เพราะหากต้องจ่ายเงินค่ารักษาหลักแสนเองก็คงไม่มีเงินรักษา” นางสุรินทร์ บุตรดี แม่ของผู้ป่วยกล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  
1.สายด่วน สปสช. 1330 
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
• ไลน์ Traffy Fondue เป็นเพื่อนใน LINE ค้นหาไอดี @traffyfondue หรือคลิกลิงค์   https://lin.ee/nwxfnHw 

//////////25 พฤษภาคม 2566  //////////