ข่าวประชาสัมพันธ์

1 ใน 2 ของผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกยังเข้าไม่ถึงอินซูลิน

90 9
แชร์

องคฺ์การอนามัยโลกชี้ 1 ใน 2 ของผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกยังเข้าไม่ถึงอินซูลิน จี้ภาครัฐและเอกชนกระจายยาสู่ประเทศรายได้น้อยและปานกลาง  

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2564 ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่รายงาน “Keeping the 100-year-old promise: making insulin access universal” หรือ รักษาสัญญา 100 ปี ทำให้ประชากรเข้าถึงอินซูลินอย่างถ้วนหน้า ซึ่งเป็นวันครบรอบ 100 ปี การคิดค้นอินซูลินที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน  

รายงานชี้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกยังไม่สามารถเข้าถึงอินซูลินได้อย่างทั่วถึง ทั้ง ๆ ที่เป็นตัวยาสำคัญในการรักษาโรค และลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น 

ในปัจจุบัน ยังมีผู้ผลิตอินซูลินเพียงไม่กี่เจ้าที่ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดทั้งโลก ประกอบกับระบบสุขภาพในหลายประเทศยังคงอ่อนแอ ไม่สามารถประกันสุขภาพของประชาชน และการเข้าถึงยาอย่างถ้วนหน้า

“กลุ่มนักวิทยาศาสตร์คิดค้นอินซูลินขึ้นมาเมื่อ 100 ปีก่อน พวกเขาปฏิเสธที่จะทำกำไรจากนวัตกรรมนี้ และขายสิทธิบัตรให้ผู้อื่นในราคา 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น” นพ.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ให้สัมภาษณ์

“โชคไม่ดีที่ในตอนนี้ ความเป็นน้ำหนึ่งในเดียว(ในการช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวาน) ได้หายไป ภายใต้อิทธิพลของภาคธุรกิจยาที่มีมูลค่าหลายพันล้าน จึงเกิดช่องว่างการเข้าถึงยา องค์การอนามัยโลกกำลังทำงานร่วมกับนานาประเทศและผู้ผลิตยาเพื่อปิดช่องว่างนี้ เราต้องขยายการเข้าถึงยาเพื่อช่วยชีวิตทุกคน” 

อินซูลินเป็นตัวยาสำคัญในการรักษาโรคเบาหวาน ทำให้ผู้ป่วยสามารถอยู่กับโรคได้แทนที่จะเสียชีวิตจากโรคและอาการแทรกซ้อนต่างๆ มีผู้ป่วยกว่า 9 ล้านคนทั่วโลกที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเข้าร่างกายเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง 

ขณะที่มีผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากภาวะดื้ออินซูลินกว่า 60 ล้านคน สามารถเลี่ยงโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไตวาย ตาบอด และมือเท้าชา อย่างไรก็ดี รายงานขององค์การอนามัยโลกชี้ว่า หนึ่งในสองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ยังเข้าไม่ถึงอินซูลิน 

สามในสี่ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อาศัยอยู่นอกประเทศในแถบอเมริกาเหนือและยุโรป แต่ผู้ป่วยในกลุ่มนี้คิดเป็นเพียง 40% ของรายได้ที่เกิดจากการขายอินซูลิน นั่นหมายความว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่สามารถซื้อยาได้

รายงานยังชี้ปัญหาในตลาดการผลิตอินซูลิน เช่น ผู้ผลิตยาได้เปลี่ยนไปผลิตอินซูลินสังเคราะห์มากขึ้น แทนที่จะผลิตอินซูลินดั้งเดิม (Human insulin) แบบเมื่อก่อน ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า 

อินซูลินสังเคราะห์มีราคาแพงกว่าอินซูลินดั้งเดิม 1.5-3 เท่า ทั้งที่มีประสิทธิภาพพอๆกัน นี่สร้างภาระทางการเงินให้แก่ประเทศรายได้น้อยที่ต้องซื้อยาในราคาแพงขึ้น

นอกจากนี้ พบบริษัทยาข้ามชาติเพียง 3 เจ้า ที่ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดของอินซูลินมากถึง 90% ทำให้บริษัทขนาดเล็กและบริษัทท้องถิ่นไม่สามารถเเข่งขันสู้บริษัทยาข้ามชาติได้ 

องค์การอนามัยโลกพบว่าทุกประเทศในโลกยังใช้กฎระเบียบและนโยบายเกี่ยวกับราคายาที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดการกำกับราคายาที่จำเป็น ขาดความสามารถในการจัดระบบการจัดซื้อจัดจ้างและห่วงโซ่อุปทาน 

ทั้งยังขาดธรรมาภิบาลและงบประมาณซื้อยาเพื่อกระจายให้ผู้ป่วย ส่งผลต่อการเข้าถึงอินซูลินและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด 

ในประเทศรายได้น้อย พบว่ายังขาดศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานระบบสุขภาพ ไม่มีบริการอินซูลินในหน่วยปฐมภูมิ ผู้ป่วยขาดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรค  บริษัทยาื้องถิ่นไม่มีศักยภาพผลิตอินซูลินได้เอง

ในส่วนของงานวิจัย พบว่างานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับโรคเบาหวานกระจุกตัวในประเทศร่ำรวย ทำให้นักวิทยาศาสตร์และบริษัทยามองข้ามความต้องการยาในประเทศรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งแบกภาระที่เกิดจากโรคเบาหวานถึง 80% 

องค์การอนามัยโลกจึงเสนอให้ผู้ผลิตยาหันมาผลิตอินซูลินแบบดั้งเดิมให้มากขึ้น ลดการผูกขาด ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างบริษัทยาในตลาด ซึ่งจะช่วยลดราคายาในที่สุด

รัฐบาลควรมีนโยบายกำกับราคายาที่จำเป็น ใช้การจัดซื้อจัดจ้างช่วยต่อรองราคายา เพิ่มศักยภาพผู้ผลิตยาภายในประเทศ ยกระดับการวิจัยและพัฒนาในกลุ่มยาที่ต้องการในประเทศรายได้น้อยและปานกลาง 

หมายเหตุ สิทธิประโยชน์บัตรทองหรือสิทธิ สปสช.คุ้มครองโรคเบาหวาน ทั้งในด้านควบคุม ป้องกัน และรักษา เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและความรุนแรง รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องด้วยการฉีดอินซูลิน 

ที่ผ่านมา สปสช.ได้ร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้ป่วยในการร่วมพัฒนามาตรฐานการดูแลรักษาและพัฒนาทักษะการดูแลตนเองที่บ้าน เพื่อให้เกิดการดูแลผู้ป่วยที่จำเป็นต่อเข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ได้รับการดูแลรักษาอย่างมีมาตรฐานยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการวัดผลค่าน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเอง 4 ครั้ง/วัน ทำให้มีการควบคุมการฉีดอินซูลินและปรับพฤติกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย

ทั้งนี้ สปสช.ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมที่แยกจากงบเหมาจ่ายรายหัวตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เพื่อเร่งรัดการให้บริการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคเรื้อรัง ทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง รวมทั้งชะลอภาวะเจ็บป่วยจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไม่ให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากทำให้ผู้ป่วยการเข้าถึงบริการควบคุมและป้องกันเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังนำไปสู่การจัดระบบดูแลโรคเบาหวานของหน่วยบริการอย่างมีคุณภาพ

อ้างอิง
1.New WHO report maps barriers to insulin availability and suggests actions to promote universal access
https://www.who.int/news/item/12-11-2021-new-who-report-maps-barriers-to-insulin-availability-
and-suggests-actions-to-promote-universal-access

2.Keeping the 100-year-old promise: making insulin access universal (รายงานฉบับเต็ม) : https://www.who.int/publications/i/item/9789240039100
 

//////////////25 พฤศจิกายน 2564