ข่าวประชาสัมพันธ์

“สุวรรณี นิวงษา” ใช้บัตรทองรักษาโรคมะเร็ง

276 31
แชร์

“สุวรรณี นิวงษา” หญิงชราวัย 76 ปี อาศัยอยู่กับลูกๆหลานๆในชุมชนทองกิตติ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เธอมีร่างกายซูบผอมซึ่งเป็นผลจากความอ่อนเพลียจากการฉายรังสีรักษามะเร็ง และด้วยอายุที่สูงวัยทำให้อาจจะพูดไม่ชัดบ้าง แต่ใบหน้าของเธอก็ยังอบอุ่นเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเสมอๆ

ด้วยความที่พูดไม่ค่อยชัดและเกรงว่าถ้าพูดมากๆแล้วจะเหนื่อยเกินไป เราจึงขอให้ “กัญญาภัค หาญกล้า” ซึ่งเป็นลูกสะใภ้มาช่วยเล่าเรื่องราวให้ฟังแทน

กัญญาภัค เล่าว่า ประมาณปี 2562 อยู่ๆคุณแม่ก็เริ่มมีอาการไอ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นภูมิแพ้จึงไปซื้อยากินเอง ทว่ากินไปแล้วก็ยังไม่หาย สุดท้ายลูกๆจึงพาไปหาหมอ

“ตอนนั้นพาไปคลินิกก่อน ไปคลินิก 2 ครั้ง หมอรู้สึกว่ามีก้อนอะไรสักอย่างอยู่ที่คอก็เลยส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลสิรินธรตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งที่โพรงจมูก ก็เลยส่งตัวไปฉายแสงที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์”กัญญาภัค กล่าว

ชีวิตในปีนั้น เรียกได้ว่าแทบจะวนเวียนไปกลับๆโรงพยาบาลตลอดทั้งปี ไปโรงพยาบาลนั้นโรงพยาบาลนี้ทุกเดือน ให้ลูกขับรถไปส่งบ้าง ให้หลานขับรถไปบ้าง แต่คุณแม่ของเธอก็ยังมีกำลังใจดีเพราะได้รับการเอาใจใส่จากลูกหลาน แม้แต่หลานสาวตัวเล็กๆก็คอยให้กำลังใจตลอด ถามว่าย่าหายหรือยัง ย่าไม่ต้องคิดมาก ก็ช่วยให้คนป่วยก็มีกำลังใจขึ้นมา

เดือนทางไปกลับโรงพยาบาลทุกเดือน จนกระทั่งได้คิวฉายแสงที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตอนนั้นต้องเดินทางไปทุกวันติดต่อกัน 32 วัน บวกกับการฉายแสงก็ทำให้ร่างกายของคุณแม่อ่อนเพลีย ทานข้าวไม่ค่อยได้ ร่างกายซูบผอม 

“หมอดูแล้วเห็นว่าคนป่วยอ่อนเพลียมาก พอมีเตียงว่างจึงให้นอนโรงพยาบาล นอนอยู่ได้ 7 วัน หลังจากนั้นก็เดินทางไปกลับเหมือนเดิมจนจนคอร์สการรักษา”กัญญาภัค กล่าว

กัญญาภัค เล่าต่อไปว่า ตลอดทั้งปีของการรักษาตัว คุณแม่ใช้สิทธิบัตรทอง ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมากนัก มีแต่ค่าเดินทางไปกลับเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนใครเป็นมะเร็งก็คือไม่รอดเพราะไม่มีเงินรักษา แต่พอมีบัตรทองก็เหมือนว่ามีโอกาสที่จะกลับมามีชีวิต มีสภาพร่างกายที่ดีขึ้นอีกครั้ง

“ถามว่าบัตรทองดีไหม มันดีมากสำหรับคนจนเพราะอย่างเรา เพราะถ้าเป็นโรคมะเร็งก็คือไม่มีปัญญารักษากันอยู่แล้ว ก็อาจต้องปล่อยไปตามสภาพ แต่พอดีบัตรทองช่วยได้ ก็เหมือนช่วยชีวิตกลับมาเลย”กัญญาภัค กล่าว

เธอเล่าอีกว่า หมอเคยเอารายการค่าใช้จ่ายให้ดูทั้งแต่เริ่มแรกไปจนถึงเสร็จสิ้นกระบวนการฉายแสง ปรากฎว่าค่ารักษารวมๆแล้วสูงถึง 400,000 บาท ซึ่งถ้าเป็นคนจนแล้วไม่มีสิทธิบัตรทองก็คือไม่มีปัญญารักษาแน่ๆ

“เท่าที่เจอมากับตัวเองคือโรงพยาบาลบริการดีมาก ค่าใช้จ่ายก็มีแต่ค่าเดินทาง แต่ค่ายา ค่ารักษาต่างๆเราใช้สิทธิบัตรทองหมดเลย ก็เลยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ให้คะแนนเต็ม 10 เราก็ให้ 10 คะแนนเลย โรงพยาบาลก็ให้บริการดี สะดวก สบาย”กัญญาภัค กล่าว

หลังจากรับการรักษาแล้ว ปัจจุบันคุณยายสุวรรณีก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บหรือปวดอะไร แต่ก็ยังต้องไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการเป็นระยะๆ ซึ่งล่าสุดที่ไปตรวจคือเดือน ม.ค. 2564 ซึ่งก็ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด