ข่าวประชาสัมพันธ์

อบต.หนองหลวง ร่วมแร่งแก้ปัญหาโควิด19

76 10
แชร์

“ข้อดีของที่นี่คือคนในชุมชนช่วยเหลือกันมาก คอยเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังมาตลอด แค่รู้ว่าลูกไปตรวจโควิด19 แล้วผลเป็นบวกก็รีบแจ้ง หรือคอยระวังคนนอกพื้นที่เข้ามา เราช่วยเหลือกันดีมาก ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ หรือ อสม. แต่ชาวบ้านทุกคนต่างช่วยกัน” นางสมัย ชนาราษฎร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง (อบต.หนองหลวง) กล่าวถึงการช่วยกันของคนในชุมชนตำบลหนองหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย

 อบต.หนองหลวง เป็นอีกพื้นที่ที่มีการทำงานควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ระบาดตั้งแต่รอบแรกจนถึงปัจจุบัน ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลส่งเสิรมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) เจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่ และประชาชน

นางสมัย อธิบายจุดเริ่มของการทำงานด้านโควิด19 ว่า การทำงานด้านโควิดเราใช้งบประมาณทั้งของ อบต.หนองหลวง และกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น (กปท.) มาช่วยสนับสนุน มีทั้งให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโควิด19 แก่ประชาชน การปฏิบัติตัวให้ห่างไกลโรค รวมทั้งแจกอุปกรณ์ป้องกันทั้งหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ โดยช่วงแรกนำเงินส่วนตัวมาช่วยเสริมด้วย ทำให้มีหน้ากากผ้าที่ส่วนหนึ่งเราทำกันเอง และหน้ากากอนามัยที่จัดซื้อมาแจกประชาชนในพื้นที่จนถึงช่วงระบาดระลอกสอง อีกทั้งให้ยืมถังน้ำยาฆ่าเชื้อในการฉีดพ่นแต่ละหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 ถัง ส่วนนี้ทาง อบจ.ได้ช่วยสนับสนุนด้วยเช่นกัน รวมถึงการมอบเครื่องวัดอุณหภูมิให้แก่หมู่บ้านและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 

“ในการรับมือเรายังมีการประชุมกับทีมงานในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งเจ้าหน้าที่ อบต. รพ.สต. และอสม. รวมไปถึงผู้นำชุมชน เป็นการทำงานโดยไม่มีวันหยุด โดยไม่เพียงให้ความรู้ประชาชนสร้างความตระหนักต่อพฤติกรรมป้องกันโรคแล้ว ยังเน้นการป้องกันโรคไม่ให้แพร่ระบาดในชุมชนตรงนี้ชาวบ้านช่วยได้ดีมาก คอยเป็นหูเป็นตาตลอด” นางสมัย กล่าว

ในการจัดตั้ง “ศูนย์พักคอยตำบลหนองหลวง” เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด19 เราเปิดมาตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด ทันทีที่เราทราบจะมีรถนำส่งผู้ติดเชื้อมาที่ศูนย์พักคอย  นอกจากการตรวจด้วยแรบิดเทสต์แล้ว จะทำการตรวจเชื้อโควิดด้วยวิธี RT-PCR เพื่อยืนยัน และจะนำส่งเข้ารักษาตามระบบต่อไป เช่น กรณีผู้ติดเชื้อในพื้นที่รายแรก ก็เป็นนักศึกษาจากจังหวัดเชียงใหม่ กลับมาเพื่อเกณฑ์ทหาร ซึ่งก็ได้มีการแยกกักตัวและเข้าสู่ระบบรักษาต่อไป  

“ประชากรในพื้นที่มีจำนวน 14,922 คน ใน 20 หมู่บ้าน มีผู้ติดเชื้อประมาณ 50 คน และอยู่ในศูนย์พักคอย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหมอ ทั้งสมุทรสาคร สมุทรปราการ สระบุรี ปทุมธานี ชลบุรี นครปฐม เป็นต้น ส่วนหนึ่งคนหนองหลวงที่ไปทำงานต่างจังหวัด ติดเชื้อมาก่อนหน้านี้และต้องการกลับบ้าน เราก็ประสานงานกับมูลนิธิเพชรเกษมเพื่อรับกลับ ขณะเดียวกันก็มีการส่งผู้ติดเชื้อกลับภูมิลำเนาด้วย” นางสมัย กล่าว

นายก อบต.หนองหลวง กล่าวต่อว่า อบต.หนองหลวงมีพื้นที่ 51 ตารางกิโลเมตร มีการเตรียมความพร้อมสถานที่ในการจัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในชุมชน (Community Isolation : CI) เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นต้น ที่ขณะนี้ปิดชั่วคราว เพื่อรองรับหามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่วนระบบดูผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน (Home Isolation : HI) ก็มีการหารือกันไว้เช่นกัน ที่เป็นการเตรียมพร้อมไว้ก่อน  

“คนในชุมชนเรา ช่วยเหลือกันมาก คอยเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังมาตลอด อย่างแค่ทราบว่า ลูกไปตรวจแรบิดเทสต์แล้วผลเป็นบวก ก็รีบแจ้งทางนายกอบต.หนองหลวง แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการตามขั้นตอน  หรือแม้แต่ลูกหลานที่อยู่พื้นที่เสี่ยงจะกลับมาภูมิลำเนา ก็ช่วยกันบอกว่า อย่าเพิ่งเดินทางเข้ามา หรือต้องกักตัวก่อน 14 วัน เรียกว่า ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่างดี” นางสมัย กล่าว

ส่วนกรณีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 นั้น นายกอบต.หนองหลวง บอกว่า ชาวบ้านมีทั้งที่กังวลและไม่กังวล โดยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียงหลังฉีดที่เกิดขึ้นน้อยมาก และเน้นประโยชน์ของวัคซีนที่ช่วยป้องกันอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 

“ผู้สูงอายุหลายท่านเข้าใจว่า ก็ไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องฉีดก็ได้ หรือบางคนก็ดูข่าวสารจนกลัวทำให้ไม่ไปฉีดวัคซีน หรือชั่งใจ 50 ต่อ 50  ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงสื่อสารทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจไม่ถูกต้อง ขณะที่นายก อบต.หนองหลวง และเจ้าหน้าที่ก็ฉีดกันแล้ว ทำให้มีผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 30-40%” 

นางสมัย กล่าวต่อว่า ในส่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต่อการแก้ไขปัญหาโควิด19 ในพื้นที่ ต้องบอกว่าช่วยได้มากโดยเฉพาะงบประมาณสนับสนุนการป้องกันโรคโควิด19 ซึ่งหากเป็นไปได้อยากให้มีการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม อย่างกรณีที่ศูนย์พักคอย การจัดเตรียมต้องใช้งบประมาณ อบต. ก่อน และเมื่อมีการดูแลผู้ติดเชื้อจึงสามารถเบิกจ่ายงบจาก สปสช. ได้ หากเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้ก็จะดีมาก

//////////////8 กันยายน 2564