ข่าวประชาสัมพันธ์

บอร์ด สปสช.เพิ่มสิทธิบัตรทองตรวจเพทซีทีทางเลือกประเมินระยะโรคมะเร็งปอด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

186 4
แชร์

        พัฒนาสิทธิประโยชน์ไม่หยุด! บอร์ด สปสช. เห็นชอบสิทธิประโยชน์บัตรทอง เพิ่มบริการตรวจเพทซีที (PET/CT) เป็นทางเลือกประเมินระยะของโรคมะเร็งปอด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ร่วมหนุนโครงการมะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ที่พร้อม

ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2564 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธาน มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์บริการตรวจเพทซีที (PET/CT) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยกำหนดอัตราการจ่ายสนับสนุนค่าบริการตรวจในอัตราครั้งละ 3 หมื่นบาท นำร่องเป็นเวลา 6 เดือน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการประเมินระยะของโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) การประเมินระยะโรคเริ่มต้นและประเมินการตอบสนองระหว่างให้ยาเคมีบำบัดและหลังสิ้นสุดการรักษา สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (HL)

สำหรับการตรวจเพทซีที เป็นการใช้เครื่องมือทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกันของเครื่อง PET และ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เพื่อตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ระดับเมตาบอลิซึม ซึ่งเป็นการถ่ายภาพทางด้านรังสีที่ตรวจวัดอนุภาคโพสิตรอนที่ปล่อยจากผู้ป่วยหลังได้รับสารเภสัชรังสีเข้าไปในร่างกาย โดยสามารถให้รายละเอียดเพื่อนำไปวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้สามารถประเมินระยะของโรคมะเร็งได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาล โดย สปสช. ได้ดำเนินนโยบายการยกระดับบัตรทองใน 4 โครงการ ซึ่ง 1 ในนั้นคือโครงการมะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ที่พร้อม ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวกสบาย รวดเร็ว นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งด้วย สำหรับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ ก็จะยิ่งช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับการวินิจฉัยโรคที่ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

ด้าน รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางจ่ายสิทธิประโยชน์นี้อยู่ในอัตรา 4.5 หมื่นบาท ส่วนตัวได้หารือกับหน่วยบริการแล้วพบว่าอัตราการจ่าย 3 หมื่นบาทนั้น มีเพียงบางหน่วยบริการเท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้ จึงเสนอให้บอร์ด สปสช. มีมติจ่ายในอัตรา 3 หมื่นบาทในระยะเวลา 6 เดือนแรก จากนั้นให้ติดตามเพื่อประเมินความเหมาะสมของอัตราการจ่ายต่อไป

ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ได้จัดสรรงบประมาณที่ใช้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ โดยปีงบประมาณ 2564 จะเบิกจ่ายจากงบค่าบริการกรณีเฉพาะที่กันไว้ จำนวน 880 ล้านบาท และให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนฯ ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นงบประมาณที่ใช้ดำเนินการตามโครงการมะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ที่พร้อม