ข่าวประชาสัมพันธ์

ดูแลผู้สูงอายุครบ 4 มิติ หัวใจหลัก “กองทุน LTC เทศบาลตำบลโคกม่วง”

295 5
แชร์

        “จากปี 2559 ตำบลโคกม่วง ได้เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กระทั่งปี 2563 กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบ คือจำนวนผู้สูงอายุสูงถึง 20.30% เทียบกับประชากรที่มีอยู่จริงในพื้นที่ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัจจุบันผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังสูงถึง 560 คน คิดเป็น 53.18% ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงเข้าสู่ภาวะพึ่งพิง”

นางสาวสุจิตรา  ยอดแก้ว นักวิชาการสุขาภิบาลชำนาญการ เทศบาลตำบลโคกม่วง กล่าวถึงผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงในตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ว่า เทศบาลตำบลโคกม่วง มีการดูแลผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงมาตลอด โดยในปี 2560 ตำบลโคกม่วง ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินงานกองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care : LTC) ซึ่งเป็นการดูแลผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงเป็นระบบมากขึ้น มีการดูแลอย่างครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ กาย จิต สังคมและจิตวิญญาณ 

นางสาวสุจิตรา กล่าวว่า ในการดูแลผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ตำบลโคกม่วง  มี ผู้จัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวด้านสาธารณสุข หรือ CM (Care Manager) จำนวน 2 คน คือ CM ส่วนของ รพ.สต.โคกม่วง และ CM ส่วนของเทศบาลฯ ซึ่งได้จัดทำแผนการดูแล Care Plan ส่งต่อให้แก่ ผู้ดูแล หรือ CG (Care Giver) เพื่อดูแลผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง ตามแผนการดูแล ตำบลโคกม่วงมีจำนวน 16 คน โดยปี 2563 ดูแลผู้ป่วย 16 คน อัตราส่วนในการดูแลผู้ป่วย 1:1 แต่ CG จับคู่กันดูแลแบบคู่บัดดี้ซึ่งเป็นการช่วยเหลือและเรียนรู้ซึ่งกันและกันในการดูแลกลุ่มเป้าหมาย

สำหรับกระบวนการดูแลผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง 4 มิติ  ประกอบไปด้วย

1.ด้านสุขภาพทางกาย นอกจากดูแลเพื่อฟื้นฟูร่างกายแล้ว จะมีนวัตกรรมหมอนหลอด เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ ป้องกันไรฝุ่น/ภูมิแพ้ ลดการปวดเมื่อย เป็นต้น

2.ด้านสุขภาพจิต ตำบลโคกม่วงเป็นสังคมแบบเครือญาติมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีกิจกรรมเพื่อนเยี่ยมเพื่อน โดยสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ มีการระดมทุนเพื่อจัดซื้อของเยี่ยมมอบให้แก่ผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้กำลังใจ และยังมีกิจกรรมดนตรีบำบัด โดย CG ช่วยให้ผู้ป่วยคลายเครียดได้  

3.ด้านเศรษฐกิจและสังคม มอบกางเกงผ้าอ้อมแบบซักได้ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อแพมเพิสซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มีนวัตกรรม 4 ด่วน คือ 1.ด่วนเข้าถึง คือ CM และCG รู้จักพื้นที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว 2.ด่วนส่งต่อ คือ กู้ชีพเทศบาลตำบลโคกม่วงมีข้อมูลผู้ป่วย สามารถนำส่งได้เร็วภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที 3.ด่วนรักษา คือ บริการเชิงรุกที่บ้าน และ4. ด่วนฟื้นฟู คือ สหวิชาชีพ ทีมหมอครอบครัว CM CG และภาคีเครือข่ายร่วมกันทำงานฟื้นฟูผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังมีโซเชียลแคร์แพลน คือ ทุกภาคส่วนหารือและร่วมกันแก้ไขปัญหาผ่านสังคมออนไลน์ และยังมีการทำงานพัฒนาระบบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน iMed@home ซึ่งทำงานร่วมกับมูลนิธิชุมชนสงขลา

4.ด้านจิตวิญญาณหรือปัญญา มีกิจกรรมเมื่อพระมาโปรด  ซึ่งประชาชนตำบลโคกม่วง นับถือศาสนาพุทธเกือบ 100% และเมื่อบั้นปลายชีวิตต้องนอนติดเตียง ไม่สามารถไปวัดเพื่อทำบุญได้เฉกเช่นเดิม ก็จะนิมนต์พระอาจารย์ลงเยี่ยม เพื่อเทศนาส่งเสริมกำลังใจ ซึ่งบางเคสก็มีปฏิกิริยาตอบรับจากที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ สามารถยกมือไหว้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมด้านกำลังใจ

นอกจากนี้ตำบลโคกม่วงยังมีกิจกรรม “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล” โดยรับบริจาคขยะรีไซเคิล เสื้อผ้า ของใช้มือสอง และรับบริจาคอย่างต่อเนื่องมาจำหน่าย นำเงินเข้าสู่ “กองทุนขยะมีบุญ” เพื่อดูแลผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ด้อยโอกาส และผู้เปราะบางทางสังคม ซึ่งมีคณะกรรมการกองทุนฯ เป็นภาคส่วนของประชาชน ส่วนหน่วยงานราชการเป็นที่ปรึกษาร่วมทำงานอย่างเต็มที่ อีกทั้ง ยังมีศูนย์ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และคนพิการเทศบาลตำบลโคกม่วง ซึ่งปัจจุบันบริหารในรูปแบบธนาคารกายอุปกรณ์ มีกายอุปกรณ์ครบครันและเพียงพอต่อผู้ป่วยในพื้นที่ เช่น เตียงพร้อมเบาะสำหรับผู้ป่วย เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ วิวแชร์ ฯลฯ หากกายอุปกรณ์เสีย ไม่สามารถใช้งานได้ ก็จะส่งซ่อมไปยังศูนย์ซ่อมสร้างสุข ของ อบจ.สงขลา ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมกายอุปกรณ์

“จากการทำงานผ่านกองทุน LTC ได้เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ป่วยอย่างชัดเจน อย่างมีเคสหนึ่งเป็นผู้ป่วยหญิงอายุกว่า 40 ปี ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตนเองไม่ได้ มีแผลกดทับที่ก้นกบขนาดใหญ่ ทางทีมได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือฟื้นฟูอย่างเข้มข้น มีการเยี่ยมพูดคุยสื่อสารให้กำลังใจ พร้อมระดมทุนสร้างบ้านให้ เป็นการดูแลที่ครบทั้ง 4 มิติ โดยใช้เวลาดูแล 9 เดือน จนวันนี้ไม่เพียงหายป่วย แต่ยังทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข” นางสาวสุจิตรา กล่าว

อย่างไรก็ตามปัจจุบันกองทุน LTC มี CM 2 คน เราตกลงกันว่าจะไม่รับค่าตอบแทนในส่วนของ CM ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลกลุ่มเป้าหมายในวันหยุดราชการหรือนอกเวลา เพราะเราทำงานแบบจิตอาสา ทำเพื่อชุมชน และเราเป็นข้าราชการ นางสาวสุจิตรา กล่าว ส่วนปัญหาอุปสรรค คือ ยังขาดเจ้าหน้าที่ บุคลากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะต้องการนักกายภาพบำบัด มาอยู่ประจำศูนย์ฟื้นฟูฯ เพื่อบริการกลุ่มเป้าหมาย

ด้าน นางสวิส พรหมเสนา อายุ 53 ปี เป็น CG  ตำบลโคกม่วง เล่าถึงการทำงานว่า เดิมที่ไม่มีกองทุน LTC การเข้าไปดูแลผู้ป่วยอาจไม่เต็มที่ เพราะขาดเครื่องไม้เครื่องมือ อย่างกรณีผู้ป่วยติดเตียง เป็นหญิงอายุ 80 กว่าปี ไม่สามารถเคลื่อนไหว มือกำแน่นมาก การทำกายภาพค่อนข้างยาก แต่หลังจากมีกองทุนนี้ เราได้เข้ามาต่อเนื่อง มีแผนการดูแลชัดเจน โดยเพียง 1 เดือนผู้ป่วยอาการดีขึ้น มือที่กำแน่น เริ่มคลาย สุขภาพเริ่มดีขึ้น ซึ่งกองทุนนี้ช่วยได้มาก แต่อยากให้มีเครื่องมือในการฟื้นฟูร่างกาย เครื่องวัดความดันอาจมีน้อย บางคนต้องไว้ที่บ้านต่อเนื่อง 7 วัน หรือแม้แต่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงใช้เยอะมาก หลายคนไม่มีเงินซื้อ ก็ต้องใช้วิธีบริจาค ซึ่งตรงนี้ยังขาดแคลน   

        “ปกติการลงไปดูแลก็แล้วแต่อาการของผู้ป่วย แต่อย่างพี่เป็นคนในพื้นที่รู้จักกันหมด และเคยเป็น อสม.มาก่อน ซึ่งส่วนตัวอยากดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ก็จะทำด้วยใจ ทำแล้วมีความสุข ส่วนค่าตอบแทนเราก็ไม่ได้สนใจมาก เราทำด้วยจิตอาสา การลงไปยังเป็นการพูดคุย ให้พวกเขาคลายเหงา อย่างหายไป 2-3 วันก็จะมีถามหาแล้ว แต่ช่วงนี้มีโรคโควิดระบาด เราก็ป้องกันตัวเอง สวมหน้ากากอนามัย มีการเซฟคนไข้ และการลงพื้นที่อาจน้อยลง จะเน้นโทรสอบถาม เพราะตอนนี้มีโรคระบาด ซึ่งเรากลัวว่าเราจะนำเชื้อไปติดคนไข้ได้” นางสวิส กล่าวทิ้งท้าย