ข่าวประชาสัมพันธ์

แยกกลุ่มผู้ป่วยฟื้นฟูฯ เพิ่มคุณภาพการดูแล กลยุทธ์เด่น “LTC เทศบาลเมืองกระนวน”

408 17
แชร์

      “แม้ว่าที่นี่จะมีการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงอยู่แล้ว แต่การมีกองทุน LTC ทำให้เขาเหล่านี้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีคุณภาพมากขึ้น ด้วยการเยี่ยมบ้าน บริการสุขภาพที่จำเป็น ส่งผลต่อกำลังใจ ทำให้หลายคนจากเคยนอนติดเตียง ขยับร่างกายได้เล็กน้อย กลับมาเคลื่อนไหวได้ และหลายคนยังกลับเข้าสู่สังคมได้” คำพูดบอกเล่าของ น.ส.จีระนันท์ ผิวผาง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกระนวน จังหวัดขอนแก่น หนึ่งในผู้ดำเนินงาน “กองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง” (Long Term Care : LTC) ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  

น.ส.จีระนันท์ กล่าวว่า เทศบาลเมืองกระนวน จังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมนำร่อง จัดตั้ง “กองทุน LTC เทศบาลเมืองกระนวน” โดยลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในปี 2559 และดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา เริ่มต้นปีแรกมีผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงเข้าสู่การดูแลภายใต้กองทุน 68 คน ได้รับงบสนับสนุนการดูแลจำนวน 5,000 บาทต่อคน ทำให้มีงบประมาณรวมจำนวน 340,000 บาท เพื่อดำเนินการรูปแบบของการจัดระบบการดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิง “ผู้ดูแลระบบการดูแลผู้สูงอายุ” (Care Manage : CM) จะเป็นผู้จัดทำแผนการดูแล (Care Plan) ซึ่งจะแบ่งผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงตามกลุ่มอาการ ทำให้ง่ายต่อ “ผู้ให้การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง” หรือ Caregiver ในการลงพื้นที่ดูแล

ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุติดเตียงจะแบ่งกลุ่มอาการเป็น 4 ระดับ ตามภาวะของการพึ่งพิงและความต้องการด้านบริการสุขภาพ ได้แก่

กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวได้บ้าง และอาจมีปัญหาทางกิน หรือขับถ่าย แต่ไม่มีภาวะ

กลุ่มที่ 2 อาการเหมือนกับระดับที่ 1 แต่มีภาวะสับสนทางสมองร่วมด้วย  

กลุ่มที่ 3 เคลื่อนไหวเองไม่ได้ อาจมีปัญหาการกินหรือขับถ่าย และเจ็บป่วยรุนแรง 

กลุ่มที่ 4 อาการเหมือนระดับที่ 3  แต่มีภาวะเจ็บป่วยรุนแรงกว่าอยู่ในระยะท้ายของชีวิต        

 

ผู้ดูแลกองทุน LTC เทศบาลเมืองกระนวน กล่าวว่า การแบ่งกลุ่มแบบนี้จะทำให้ผู้ให้การดูแลฯ สะดวกต่อการลงพื้นที่ในการนำอุปกรณ์ไปฟื้นฟูบำบัด รวมถึงสิ่งของต่างๆ ทำให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ดีขึ้น โดยหลังการฟื้นฟูบำบัดจะมีการเก็บรายละเอียดอาการ และนำมาเป็นข้อมูลเพื่อประเมินทุก 6 เดือน และ 9 เดือน เพื่อพิจารณาว่าผู้ป่วยมีพัฒนาการ อาการต่างๆ อย่างไร ระดับการช่วยเหลือตัวเองดีขึ้นหรือไม่ ต้องมีการปรับการดูแลและฟื้นฟูอย่างไร ซึ่งมีหลายรายที่ได้รับการฟื้นฟูแล้วมีการดีขึ้น จากผู้สูงอายุติดเตียงกลุ่มที่ 3 มาเป็นกลุ่มที่ 2 เป็นต้น    

น.ส.จีระนันท์ กล่าวว่า นอกจากผู้ให้การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงแล้ว ที่เทศบาลเมืองกระนวนยังมีอาสาสมัครบริบาลที่เป็นจิตอาสามาช่วยดูแลผู้สูงอายุติดเตียงกลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 เพิ่มเติมอีกด้วย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลค่อนข้างมากและต้องต่อเนื่อง อาสาสมัครบริบาลจึงเป็นกำลังเสริมที่ทำให้ผู้สูงอายุติดเตียงทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ประกอบกับผู้สูงอายุติดเตียงหลายคนมีคนในครอบครัวที่ช่วยกันฟื้นฟู ผลชัดเจนที่เกิดขึ้นคือทำให้ผู้สูงอายุติดเตียงที่มีอาการไม่มาก อย่างกลุ่มที่ 1 และ 2 สามารถกลับมาดำเนินชีวิตปกติได้ และหลายคนกลายเป็นผู้สูงอายุติดสังคม 

          จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ผู้ดำเนินงานกองทุน LTC เทศบาลเมืองกระนวน กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าการมีกองทุน LTC ทำให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้มากขึ้น เป็นกลไกที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสามารถเข้าถึงในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ นอกจากงบประมาณที่ลงสู่กองทุนอย่างสม่ำเสมอแล้ว ด้วยการจัดทำแผนการดูแลผู้สูงอายุฯ ทำให้ทราบปัญหาของผู้สูงอายุฯ ในแต่ละราย อาทิ ผู้สูงอายุบางคนมีปัญหาภาวะโภชนาการ บางคนขาดเครื่องใช้ที่จำเป็น อย่างผ้าอ้อม เป็นต้น ส่งผลให้การจัดการช่วยเหลือต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็วขึ้น แก้ไขปัญหาให้กับผู้สูงอายุฯ ได้อย่างตรงจุด

          ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุด ไม่เพียงแต่การช่วยเหลือสิ่งของที่จำเป็น การฟื้นฟูบำบัดทางกายแล้ว ด้วยการเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นการดูแลจิตใจควบคู่ เพราะด้วยการดูแลอย่างการเช็ดตัว อาบน้ำ และสระผมให้ พร้อมพูดคุยกัน ช่วยให้ผู้สูงอายุฯ คลายเหงาได้ และไม่รู้สึกว่าเดียวดายหรือถูกทอดทิ้ง เพราะส่วนใหญ่ช่วงกลางวันลูกหลานต้องออกไปทำงานทำให้ต้องอยู่คนเดียว

          “แม้ว่าเราจะรู้ว่าบ้านไหนที่มีผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง แต่การเข้าไปดูแลไม่ใช่จะเข้าไปได้เลย ต้องแจ้งกับญาติหรือคนในครอบครัวก่อน ขณะที่ผู้สูงอายุเองบางคนช่วงแรกก็ไม่เปิดใจ ไม่อยากให้ทางทีม LTC เข้าไปดูแล แต่หลังจากที่ผู้ดูแลเข้าไปบ่อยๆ พูดคุย สื่อสารให้เข้าใจในเจตนาที่ดีว่า เรามาเพื่อช่วยฟื้นฟูบำบัด และช่วยเหลือจริงๆ ทำให้เกิดความมั่นใจ ในระยะหลังๆ ก็ได้รับความร่วมมือที่ดีมาก”

          2 ปี หลังดำเนินงานกองทุน LTC เทศบาลเมืองกระนวน โดยในปี 2562 จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงในพื้นที่มีจำนวนลดลง อยู่ที่ 59 ราย เนื่องจากมีผู้สูงอายุในกลุ่มที่ 4 เสียชีวิตลง สำหรับในส่วนของงบประมาณนั้น ในปี 2564 เทศบางเมืองกระนวนไม่ได้ขอรับงบประมาณกองทุน LTC เพราะยังคงมีงบเดิมค้างอยู่ที่สามารถนำมาดูแลผู้สูงอายุฯ ต่อเนื่องได้   

          น.ส.จีระนันท์ ฝากทิ้งท้ายว่า แม้ว่ากองทุน LTC จะมีประโยชน์มากกับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงมาก แต่อยากให้เปิดกว้างหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายงบประมาณมากกว่านี้ เพราะจากการที่ลงทำงานในพื้นที่ ผู้สูงอายุหลายคนมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้บางอย่าง แต่กลับไม่สามารถเบิกจ่ายจากกองทุนฯ ขณะเดียวกันอยากให้เพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุฯ เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบภาระงานแล้ว ถือว่าน้อยมาก และควรกำหนดเป็นงบเฉพาะ ที่แยกจากงบอื่นๆ ในกองทุน LTC หรือควรให้เป็นการค่าตอบแทนรายเดือน ซึ่งจะทำให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุฯ มีขวัญกำลังใจที่ได้รับการสนับสนุน ที่เป็นการดูแลทั้งผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง และผู้ดูแลผู้สูงอายุฯ ควบคู่ ซึ่งจะทำให้กองทุน LTC ไม่เพียงบรรลุวัตถุประสงค์ แต่ยังยั่งยืน รองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต