ข่าวประชาสัมพันธ์

LTC เทศบาลเมืองมหาสารคาม พัฒนาผู้สูงอายุ จาก “ติดเตียง” สู่ “ติดสังคม”

181 22
แชร์

ความเข้มแข็งของ “ทีม Long–term care” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ราว 170 คนในพื้น “เทศบาลเมืองมหาสารคาม” ได้รับการดูแล และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

 นางนัฏฐิยา โยมไธสง ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมหาสารคาม ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน “ระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่” หรือที่เรียกว่า “กองทุน LTC” เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมกองทุน LTC ภายใต้การดำเนินการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้มีการดูแลผู้สูงอายุที่ตามบ้านอยู่แล้ว ผ่าน “โครงการเยี่ยมเอื้ออาทร” ที่เป็นการดูแลประชากรสูงอายุตามนโยบายของรัฐบาล กระทั่ง สปสช. ได้มีการขับเคลื่อนกองทุน LTC โดยดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามีส่วนร่วมเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงในพื้นที่

เทศบาลเมืองมหาสารคาม นอกจากได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่เข้าร่วมกับ สปสช. มีการจัดตั้ง “กองทุน LTC เทศบาลเมืองมหาสารคาม” ในปี พ.ศ. 2558 แล้ว ยังเป็นพื้นที่ต้นแบบของการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงผ่านกองทุน LTC เนื่องจากได้มีการเพิ่มศักยภาพให้กับพยาบาลที่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ดูแลระบบการดูแลผู้สูงอายุ” (Care Manage) จำนวน 4 คน ด้วยการอบรมการดำเนินงาน LTC แล้ว ยังมีการจัดอบรมการดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงให้กับ “ผู้ให้การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง” (Caregiver) ซึ่งในขณะนั้นเรียกว่า “Care worker” จำนวน 50 คน ซึ่งทุกคนต้องผ่านการอบรมเป็นเวลา 70 ชั่วโมง

          หลังจากที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณก้อนแรกเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง 100 คน เป็นจำนวน 500,000 บาท ทางทีม LTC เทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้ร่วมจัดทำแผนการดำเนินการเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ หรือที่เรียกว่า Care plan เน้นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ครอบคลุมการดูแลผู้สูงอายุมากที่สุด และเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นและได้รับการดูแลที่ต่อเนื่อง งบประมาณกองทุนฯ ส่วนหนึ่งได้นำมาใช้เป็นค่าตอบแทนให้กับ Caregiver “และค่าตอบแทนนอกเวลาให้กับสหวิชาชีพที่ลงไปเยี่ยมบ้าน เป็นต้น

          ผลจากการดำเนินการอย่างจริงจังในช่วง 1 ปีนี้ ได้นำมาสู่การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สปสช. และเทศบาลเมืองมหาสารคาม ในการขับเคลื่อนกองทุน LTC ในปี 2560 และที่ได้ดำเนินการร่วมกันมาจนถึงวันนี้

          “ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ได้รับการดูแลภายใต้กองทุนฯ นี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองเท่านั้น แต่ให้การดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลทุกคน โดยในพื้นที่มีประมาณ 170 คน และล่าสุดปี 2564 ตามสปสช. ได้ปรับเพิ่มงบเหมาจ่ายรายหัวสำหรับผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิง เป็น 6,000 บาท ทำให้งบกองทุน LTC มหาสารคามที่ได้รับ ขยับเพิ่มเป็นจำนวน 1 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการดูแลที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น”

          นางนัฏฐิยา กล่าวต่อว่า การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงแต่ละรายจะต้องการความช่วยเหลือและการดูแลที่แตกต่างกัน มีหลายคนที่เราร่วมดูแลต่อเนื่องจนเกิดความคุ้นเคยกัน อย่างมีคุณยายท่านหนึ่งตอนที่เราเข้าไปช่วยดูแลประมาณ 9 ปีที่แล้ว คุณยายมีอายุ 80 ปีแล้ว อยู่ในภาวะติดเตียงจากการหกล้ม มีสะใภ้ช่วยดูแลอยู่ ซึ่งนอกจากเราให้การรักษาแผลกดทับแล้ว ด้วยที่ต้องให้นั่งรถเข็นเพื่อสะดวกเคลื่อนย้าย แต่สภาพภายบ้านที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น พื้นบ้านมีระดับสูงต่ำ ประตูคับแคบ เป็นต้น ทำให้ต้องปรับสภาพบ้านควบคู่ไปด้วย จึงมีการปรับปรุงส่วนที่เป็นต่างระดับให้เป็นทางลาด ทำการขยายประตูบ้าน และทำราวเกาะ เป็นต้น ด้วยการดูแลทุกมิติที่ต่อเนื่องนี้ ทำให้คุณยายฟื้นตัวดีขึ้น และเสียชีวิตลงเมื่ออายุ 90 ปี   

          “คุณยายท่านนี้สนิทกับทีม LTC มาก เพราะเราดูแลกันมานานแล้ว แม้ว่าคุณยายจะอายุมากแต่ก็พูดคุยรู้เรื่อง ทำให้ทีมโทรพูดคุยกันได้เสมอ ทีมเราดูแลคุณยาย จนกระทั่งทำให้สะใภ้ที่แต่เดิมต้องคอยทำหน้าที่ดูแลตลอดสามารถกลับไปทำงานได้”

          นางนัฏฐิยา กล่าวต่อว่า มีอีกรายหนึ่งที่ติดเตียงเช่นกัน เป็นผู้สูงอายุที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวมาก หกล้มบาดเจ็บหนักจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งในตอนแรกคิดกันว่ารายนี้คงเป็นกรณีที่ต้องดูแลแบบประคับประคองไปตลอด แต่หลังจากที่ได้รับฟื้นฟู ปรากฎว่าอาการต่างๆ ดีขึ้น ไม่แค่กลับมาเดินได้ปกติเท่านั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นผู้สูงอายุที่ติดสังคมไปแล้ว ชอบทำกิจกรรมกับเพื่อนผู้สูงอายุด้วยกัน โดยเฉพาะการลีลาศ และมีความสุขขึ้น จึงเป็นอีกรายหนึ่งที่ทีม LTC เราประทับใจ

นอกจากนี้ยังอีกรายหนึ่งเป็นหญิงอายุกว่า 80 ปี มีภาวะติดเตียงและดูแลตัวเองไม่ได้มานานกว่า 6 เดือน นอกจากเจ็บป่วยทางกายที่มีแผลเรื้อรังแล้ว ยังป่วยเป็นภาวะซึมเศร้าถึงขั้นที่อยากฆ่าตัวตาย แต่ด้วยที่เราส่งทีมสหวิชาชีพเข้าไปพูดคุย ช่วยฟื้นฟูร่ายกายและจิตใจพร้อมคอยให้กำลังใจต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยรายนี้นอกจากแผลทางกายที่หายดี ภาวะเบาหวานที่สามารถควบคุมน้ำตาลจากการกินยาต่อเนื่องแล้ว สภาวะจิตใจก็ดีขึ้น ไม่สิ้นหวัง ไม่คิดฆ่าตัวตายเหมือนแต่ก่อนแล้ว

          “เครสผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่เราได้ดูแล หลายคนกลับมาดีขึ้น ไม่แค่ทางกาย แต่รวมถึงทางใจ ที่ได้รับการดูแล จนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นความภูมิของทีม LTC เทศบาลมหาสารคมทุกคน เมื่อเราดูแลจนผู้สูงอายุที่เคยติดเตียงดีขึ้น กลับมาใช้ชีวิตได้ ก็เป็นส่วนที่สร้างกำลังใจให้กับทีมในการดูแลผู้สูงอายุรายอื่นๆ ต่อไป ทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของกองทุน LTC อย่างไรก็ตามด้วยบริบทของเขตเมืองที่ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ค่อยเปิดรับคนนอก ทำให้การเข้าดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงให้ครอบคลุมในพื้นที่เป็นเรื่องยาก แต่ด้วยกองทุน LCT นี้ และการทำงานของทีมที่จริงจัง ทำให้สามารถทลายกำแพงนี้ได้”

          นางนัฏฐิยา กล่าวทิ้งท้ายว่า งานดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงยอมรับว่าเป็นภาระงานที่หนัก ทั้งผู้สูงอายุบางคนยังมีปัญหาเรื่องอารมณ์ ขณะที่บางครอบครัวมีญาติดูแลอยู่ แต่เมื่อมีทีม LTC เข้าไปก็จะหวังพึ่งเราตลอด ทั้งที่สามารถดูแลเองได้ เหล่านี้จึงเป็นปัญหาและอุปสรรค และทำให้ผู้ให้การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงมีภาระงานหนัก รู้สึกเครียดและเริ่มท้อ ทำให้ที่ผ่านมาต้องมีการปรับแผน โดยให้ผู้ดูแลระบบการดูแลผู้สูงอายุทำแผนการช่วยเหลือและช่วยพูดคุยกับญาติ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ด้วยผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งกับกับจำนวนผู้ดูแลที่ไม่สมดุลกัน หากมีการเพิ่มเติมทั้งผู้ให้การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงและผู้ดูแลระบบการดูแลผู้สูงอายุก็จะช่วยได้

 

 

////// 28 เมษายน 2564