ข่าวประชาสัมพันธ์

ไจก้า-ไทย ขยายความร่วมมือพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระยะที่ 2

183 3
แชร์

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency : JICA) หรือ ไจก้า และประเทศไทยได้ขยายความร่วมมือพัฒนาด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพและองค์ความรู้ด้านสาธารณสุข และยกระดับบทบาทไทย-ญี่ปุ่นในเวทีสุขภาพโลก 

ความร่วมมือดังกล่าวอยู่ในโครงการความร่วมมือขับเคลื่อนพลวัตรสุขภาพโลกและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระยะที่ 2 หรือ The Partnership Project for Global Health and Universal Health Coverage Phase 2 (GLO+UHC2) โดยโครงการนี้จะมีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2566

โดยไจก้า สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะร่วมมือกันในระหว่างวันที่ 11 ธ.ค. 2563 ถึง 10 ธ.ค. 2564 เพื่อบรรลุเป้าหมาย 3 ข้อ ได้แก่

1.เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างไทยและญี่ปุ่น ในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 2. นำองค์ความรู้ดังกล่าว ช่วยพัฒนาศักยภาพของประเทศอื่นๆ ที่ต้องการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และ 3. เผยแพร่องค์ความรู้ด้านแนวคิดพลวัตรสุขภาพโลก และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยและญี่ปุ่นสู่นานาชาติ

สำหรับแนวคิดพลวัตรสุขภาพโลก คือ การพิจารณาประเด็นด้านสุขภาพในบริบทของโลกที่ไร้พรมแดน เน้นการทำให้ประชากรโลกทุกคนมีสุขภาพดี และเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ไทยและญี่ปุ่นจะจัดอบรมและวงแลกเปลี่ยนประสบการณ์พัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รับรองประเทศที่ต้องการศึกษางานด้านสุขภาพ โดยการส่งผู้เชี่ยวชาญจากไทยและญี่ปุ่นไปยังประเทศที่ต้องการองค์ความรู้ รวมทั้งการส่งตัวแทนจากทุกภาคส่วนในภาคสาธารณสุขไทยไปฝึกอบรมที่ญี่ปุ่น เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย และร่วมกันเผยแพร่องค์ความรู้ในการประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลครั้งหน้า

นอกจากนี้ ยังเชิญหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เช่น กลุ่มวิชาชีพด้านการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

สำหรับความร่วมมือระหว่างไจก้าและไทยในระยะที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ไทยมีศักยภาพด้านการพัฒนาระบบสุขภาพที่เข้มแข็งขึ้น เพิ่มองค์ความรู้ด้านการออกแบบงบประมาณด้านสุขภาพ การจัดทำระบบข้อมูล Big Data การใช้เทคโนโลยี และพัฒนากระบวนการติดตามผลลัพธ์

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างสองประเทศ ให้กับประเทศที่ต้องการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  เป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อการทำงานผลักดันเชิงนโยบายในอนาคต ทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์และบทบาทของไทยและญี่ปุ่นในการร่วมผลักดันประเด็นทางสุขภาพบนเวทีโลก