ครม.อนุมัติงบบัตรทองปี 66 ‘2 แสนล้านบาท’ งบรายหัวได้รับ 3.385,98 บาทต่อประชากร

1422 31
แชร์

เปิดรายละเอียด ครม.อนุมัติงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปี 2566 ‘2 แสนล้านบาท’
งบรายหัวได้รับ 3.385,98 บาทต่อประชากร 

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ผ่านระบบ Video Conference) ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบประมาณสำหรับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายในวงเงิน 204,140.03 ล้านบาท ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) สรุปได้ ดังนี้

1. ค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว 161,602.67 ล้านบาท (อัตราเหมาจ่ายรายหัว 3,385.98 บาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 2.09

2. ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 3,978.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 5.58 แบ่งเป็น 
2.1 ค่าบริการรักษาฯ 3,402.78 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 3.38
2.2 ค่าบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี 575.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 133.62

3. ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 9,952.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 2.27

4. ค่าบริการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคเรื้อรัง 1,071.47 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 7.21 แบ่งเป็น
 4.1 ค่าบริการเพื่อควบคุมป้องกันและรักษาผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง 997.85 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 8.74
4.2 ค่าบริการผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน 73.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 19.92

5. ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พันที่เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1,490.29 ล้านบาท (เท่ากับงบที่ได้รับปี 2565)

6. ค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน 1,265.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 27.83

7. ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิที่มีแพทย์ประจำครอบครัว (ทีม PHC) 188.85 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 40.85 แบ่งเป็น 
7.1 ค่าบริการด้วยทีม PHC 127.26 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 52.63
7.2 ค่าบริการรับยาที่ร้านยา 12.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 46.247.3 ค่าบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการนอกโรงพยาบาล 2.02 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 90.29
7.4 ค่าบริการสาธารณสุขระบบทางไกล 14.47 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 (ร้อยละ) 12.14
7.5 ค่าบริการด้านยาและเวชภัณฑ์สำหรับการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังผู้ป่วยที่บ้าน 32.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 557.20

8. ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับ อปท. 2,772.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 0.07

9. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับ บริการและผู้ให้บริการ 437.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 54.52

10. ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 21,381.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 (ร้อยละ) 10.98
รวม 204,140.03 ล้านบาท 2.64

สำหรับค่าบริการสาธารณสุขสำหรับบริการกรณีโควิด-19 ที่ปี 2565 ได้รับ 825.08 ล้านบาท นั้น ในปี 2566 ได้ตัดออกและถูกนำไปรวมกับรายการอื่น ๆ แทน

สำหรับงบประมาณบริหารงานของ สปสช. วงเงิน 1,950.84 ล้านบาท นั้น มอบหมายให้ สงป. พิจารณาสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และสอดคล้องกับภารกิจการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งนี้ เห็นสมควรที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะเร่งดำเนินการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ประชาชนทั่วไปโดยเร่งด่วน เนื่องจากปริมาณการใช้บริการและอัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่ผู้ป่วยของกองทุนฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บริหารจัดการและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณค่ารักษาพยาบาล และหากมีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เหลือจ่ายจากการดำเนินงานและในปีงบประมาณที่ผ่านมาหากมีเงินคงเหลือกรณีรายได้สูงกว่ารายจ่ายสะสม เห็นสมควรให้นำเงินดังกล่าวของกองทุนฯ มาสมทบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ต่อไปด้วย

/////////////2 กุมภาพันธ์ 2565