National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    เปลี่ยนภาษา

    สำหรับผู้พิการ

ประชาสัมพันธ์

เลขาสปสช.แจงการใช้สิทธิเบิกยาแก้โรคข้อเข่าเสื่อม เหตุอยู่นอกบัญชียาหลัก ชี้ปี 56 ยังมีงบกองทุนรายย่อยบริหารจัดการโรคล้มละลาย

เลขาสปสช.แจงการใช้สิทธิเบิกยาแก้โรคข้อเข่าเสื่อม เหตุอยู่นอกบัญชียาหลัก

ชี้ปี 56 ยังมีงบกองทุนรายย่อยบริหารจัดการโรคล้มละลาย

 

หลังจากมีข่าวกรณีกรมบัญชีกกรมบัญชีกลางยกเลิกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง  ห้ามเบิกยากลูโคซามีน แก้โรคข้อเข่าเสื่อมในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ นั้นนายแพทย์วินัย  สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เปิดเผยว่า  การยกเลิกประกาศดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรคหรือไม่ นพ.วินัย ได้ชี้แจงว่า   จากการตรวจสอบข้อมูลการใบสั่งยาในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของปี 2555 จำนวน 120 กว่าล้านใบพบว่ามีการเบิกจ่ายในกลุ่มกลุ่มโคซามีนเพียง  4 ใบ    ในส่วนการเบิกจ่ายยากลูโคซามีนในระบบสวัสดิการรักษาพาบาลข้าราชการ จากการรายงานผลการติดตามโดย  สำนักงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบประกันสุขภาพ(สวปก.)  หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้มีมาตรการและเงื่อนไงตามข้อเสนอของราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย  โดยให้ผู้ป่วยจ่ายเงินไปก่อนและใช้ใบเสร็จพร้อมใบรับรองแพทย์ผู้สั่งใช้เพื่อประกอบการเบิกตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2554  พบว่า การเบิกจ่ายยาในกลุ่มดังกล่าวลดลงอย่างมากเหลือเพียงเดือนละ 8 แสนบาทหรือประมาณ ปีละ 10 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่จะมีมาตรการดังกล่าวซึ่งมีการเบิกเดือนละประมาณ 50 ล้านบาทหรือปีละ 600 ล้านบาท และตัวเลขการนำเข้ายาดังกล่าวก็ลดลงด้วย ทำให้ประเทศลดการนำเข้ายาดังกล่าวได้ปีละไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

          ส่วนกระแสข่าวเรื่องการยุบกองทุนย่อยต่างๆ ของ สปสช.นั้น  นายแพทย์วินัยกล่าวต่อว่า  การบริหารงบประมาณสำหรับโรคเฉพาะที่ทำให้เกิดการล้มละลายกับผู้ป่วย และมีปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ เนื่องจากค่ารักษามีราคาแพง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง เอดส์ หัวใจ มะเร็ง โรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง   ทั้งนี้ในปีงบประมาณในปี 2556 ยังคงมีการบริหารเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการเหมือนเดิม ซึ่งโดยปกติโรคดังกล่าวเมื่อมีการจัดการระยะหนึ่งจนทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้ดีแล้วก้อจะมีการปรับเข้าสู่ระบบปกติต่อไป

อนึ่งในการจัดการโรคราคาแพงที่เป็นภาระกับประชาชน รัฐบาลมีนโยบายในการบูรณาการสิทธิประโยชน์ระหว่างกองทุนต่าง ๆเพื่อเพิ่มคุณภาพในการให้บริการอย่างทัดเทียมกัน เช่น ที่ดำเนินการมาแล้วได้แก่ โรคเอดส์ โรคไตวายเรื้อรัง นโยบายฉุกเฉินรับบริการได้ทุกที่ และจะดำเนินการระยะต่อไปคือ โรคมะเร็ง .

 

                   ----------------------------------------------   22พฤศจิกายน 2555