National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    สำหรับผู้พิการ

ประชาสัมพันธ์

‘ไทย’ จัดส่งยาต้านพิษ ช่วยผู้ป่วยได้รับสารพิษนิเกิลใน ‘มาเลเซีย’

 

“อนุทิน” ระบุกรณี“ศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี” จัดส่งยาต้านพิษ “CaNa2 EDTA” ช่วย “ผู้ป่วยสารพิษนิเกิล” ในมาเลเซีย จากอุบัติเหตุในโรงงานชุบโครเมี่ยม หลังแพทย์มาเลเซียประสานความช่วยเหลือ สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการด้านยาของไทย ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงยาหายาก ขณะที่กรณีในประเทศไทยล่าสุด จัดส่งยาโบทูลินัมท็อกซิน ดูแลผู้ป่วยเด็ก 9 ขวบ รพ.สงขลาราชนครินทร์      

ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดบริการเพื่อรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และเข้าสู่ภาวะ New Normal ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้นำเสนอการดำเนินงาน “ศูนย์พิษวิทยา” ในฐานะศูนย์ยาต้านพิษของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผศ.พญ.สาทริยา ตระกูลศรีชัย ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินและศูนย์พิษวิทยา กล่าวว่า ศูนย์พิษวิทยา ได้ดำเนินโครงการเข้าถึงยากำพร้ากลุ่มยาต้านพิษในปี 2553 เพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนและการเข้าไม่ถึงยาขาดแคลนที่เป็นยากำพร้า และใช้รูปแบบการจัดการใหม่ในการสำรองและกระจายยา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาทันต่อการรักษา โดยเฉพาะกลุ่มยาต้านพิษ โดยความร่วมมือกับ สปสช. สนับสนุนงบประมาณในปีแรก 5 ล้านบาท และมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สถานเสาวภา สภากาชาดไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สมาคมพิษวิทยาคลินิก องค์การเภสัชกรรมทหาร และศูนย์พิษวิทยาศิริราช ร่วมดำเนินงาน

โครงการนี้นอกจากทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากำพร้ากลุ่มยาต้านพิษเพิ่มขึ้น ลดอัตราเสียชีวิต ภาพรวมงบประมาณที่ใช้สำรองยากลุ่มนี้ยังลดลง โดยในกลุ่มยาต้านพิษเซรุ่มงูสามารถประหยัดงบประมาณจัดซื้อถึง 40% จากในอดีตที่แต่ละโรงพยาบาลต้องจัดการสำรองยาเอง จากผลสำเร็จนี้ทำให้ไทยเป็นต้นแบบและนำมาสู่โครงการ iCAPS (Initiation for Coordinated Antidotes Procurement in the South-East Asia region) หรือโครงการจัดหายาต้านพิษในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี องค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียใต้-ตะวันออก (World Health Organization, South-East Asia Region Office : WHO-SEARO) เข้ามาขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ความร่วมมือจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกเพื่อป้องกันและดูแลด้านพิษวิทยา (WHO Collaborating Centre for the Prevention and Control of Poisoning) ที่ประเทศไทย รวมถึงการหารือในเวทีการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนในการจัดหายากำพร้าและยาต้านพิษในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมกัน

“จากความร่วมมือนี้ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563 ศูนย์พิษวิทยาได้รับการติดต่อจากแพทย์ในมาเลเซียว่ามีผู้ป่วย 1 ราย ที่ได้รับสารพิษโลหะหนักนิเกิล จากอุบัติเหตุโรงงานชุบโครเมี่ยมในเมืองมะละกา อาการบาดเจ็บรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา CaNa2 EDTA (เกลือแคลเซียม) ที่หายาก โดยขอการสนับสนุนยาดังกล่าวจำนวน 40 ขวด (Vial) ซึ่งศูนย์พิษวิทยาได้ประสานไปยัง สปสช. และ อภ. ช่วยเหลือ โดยยานี้มีในคลังยาจำนวน 1,000 หลอด และจัดส่งทันที แต่เนื่องจากติดขั้นตอนนำเข้ายาของทางมาเลเซียเอง ทำให้ยาจัดส่งถึงผู้ป่วยได้ในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา”

ผศ.พญ.สาทริยา กล่าวว่า ส่วนการดูแลผู้ป่วยที่รับสารพิษในประเทศไทยได้มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางศูนย์พิษวิทยา ได้จัดส่งยาโบทูลินัมท็อกซินเพื่อรักษาผู้ป่วยเด็กอายุ 9 ขวบ ที่ได้รับพิษคลอสตริเดียมโบทูลินัม หรือที่รู้จักในชื่อ พิษหน่อไม้ปี๊บ ซึ่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

ด้าน นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินงานศูนย์พิษวิทยาทำให้ผู้ป่วยจากเดิมที่มีปัญหาเข้าไม่ถึงยากำพร้ายาต้านพิษเพราะเป็นยาหายากสามารถเข้าถึงยาได้ และมีการบริหารจัดการที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาในเวลาที่จำกัด แพทย์รักษาอย่างทันท่วงที ไม่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังต่างประเทศ เกิดความร่วมมือระดับนานาชาติ และมีส่วนช่วยเหลือด้านยาเหล่านี้ให้กับผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกรณีล่าสุดที่ประเทศมาเลเซียนี้ ซึ่งแพทย์มาเลเซียขอความช่วยเหลือมา ไทยเราก็ยินดีประสานและเร่งจัดส่งยาให้โดยเร็ว สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการด้านยาของไทย นับเป็นภารกิจสำคัญที่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม เราทำดีกับเขา เขาก็จะทำดีกับเรา เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อกัน 

ขณะที่ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การส่งยาต้านพิษเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยได้รับสารพิษที่ประเทศมาเลเซีย เป็นอีกหนึ่งผลงานศูนย์พิษวิทยาที่ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม นับว่าเป็นโครงการที่ได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้ป่วยและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่แต่เฉพาะในประเทศเท่านั้น โดย สปสช.ได้ให้การสนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้นโครงการต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและในอนาคตก็ยังคงสนับสนุนต่อไป เพราะโครงการที่ถูกพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคการเข้าไม่ถึงยากำพร้ายาต้านพิษ จัดหาจัดซื้อได้ยาก ด้วยเป็นยาที่ไม่ทำกำไร มีอัตราการใช้น้อยมาก ทำให้มีบริษัทยาที่ผลิตหรือนำเข้าน้อยมาก แต่ยังเป็นกลุ่มยาจำเป็นในการรักษาผู้ป่วย โดยก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยสารพิษจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียชีวิตลงจากการเข้าไม่ถึงยาเหล่านี้   

 

 

//////////////27 กรกฎาคม 2563