National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    สำหรับผู้พิการ

ประชาสัมพันธ์

‘อนุทิน’ รุกการแพทย์ยุค New Normal ตรวจเยี่ยม รพ.รามาธิบดี พร้อมบริการสาธารณสุขทางไกล

 

อนุทิน รุก “บริการทางการแพทย์ยุค New Normal” รับมือสถานการณ์โควิด-19 ลงพื้นที่ รพ.รามาธิบดี ตรวจเยี่ยมความพร้อมบริการ “ระบบสาธารณสุขทางไกล” ผ่าน App Rama / Line video call  และ “บริการยาเคมีบำบัดที่บ้านในผู้ป่วยมะเร็ง” กองทุนบัตรทองจัดงบสนับสนุน พร้อมเยี่ยมชม“บริการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต” ผลงานเด่น “ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของโลก”

ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี - เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการ สปสช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการจัดบริการเพื่อรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และเข้าสู่ภาวะ New Normal ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมการดำเนินงาน ทั้งนี้ นายอนุทินยังได้เยี่ยมและพูดคุยกับผู้ป่วยที่รับบริการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับยาเคมีบำบัดทางสายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลางที่บ้านผ่านบริการระบบสาธารณสุขทางไกลด้วย

ขณะที่ รพ.รามาธิบดี ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน 4 บริการ ประกอบด้วยด้วย

1. ความก้าวหน้าของโครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ด้วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นำเสนอโดย ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง

2. บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับยาเคมีบำบัดทางสายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลางที่บ้าน นำเสนอโดย นายพิชัย จันทร์ศรีวงศ์

3. บริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth/Telemedicine) นำเสนอโดย รศ.ดร.พญ.อติพร องค์สาธิต

4. การดำเนินงานศูนย์พิษวิทยา ในฐานะศูนย์ยาต้านพิษของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอโดย ผศ.พญ.สาทริยา ตระกูลศรีชัย

นายอนุทิน กล่าวว่า การปรับรูปแบบให้บริการทางการแพทย์ New Normal เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค ช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อให้กับผู้ป่วยและลดการแพร่กระจายของโรคได้ และเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญและมีนโยบายสนับสนุนหน่วยบริการจัดบริการ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เห็นชอบจัดสรรงบเพิ่มเติม 4,455.02 ล้านบาท แยกเป็นงบเพิ่มเติมปี 2563 จำนวน 79.17 ล้านบาท และปี 2564 จำนวน 4,375.85 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจัดบริการอื่นที่ไม่ใช่กรณีโควิด-19 ได้แก่ บริการผู้ป่วยรับยาร้านยาใกล้บ้าน จัดยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์ รวมถึงบริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth/Telemedicine)

โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นหนึ่งในหน่วยบริการที่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ทางการแพทย์ เริ่มให้บริการระบบสาธารณสุขทางไกลเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ทำให้ผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยว่าสามารถรับบริการระบบสาธารณสุขทางไกลได้ ไม่ต้องเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาล โดยรับการตรวจรักษาจากแพทย์ผ่าน Rama App หรือ Line video call และโทรศัพท์พูดคุยเพิ่มเติม ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องได้รับยา จะจัดส่งยาทางไปรษณีย์ให้ที่บ้าน โดย สปสช. สนับสนุนค่าจัดส่ง ปัจจุบันโรงพยาบาลรามาธิบดีมีผู้ป่วยรับบริการกว่า 10,000 คน หรือประมาณ 5% ของผู้ป่วย และมีแผนเพิ่มอัตราใช้บริการเป็น 10% และ 20% ต่อไป

ส่วนบริการยาเคมีบำบัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่บ้าน สิทธิประโยชน์ใหม่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เริ่มในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลรามาธิบดี กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. เป็นการพัฒนาสิทธิประโยชน์จากผลงานบริการของโรงพยาบาลรามาธิบดีที่ได้เริ่มในปี 2559 นอกจากทำให้ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัดตรงตามนัดทุกครั้ง ไม่ต้องรอเตียง ไม่ต้องนอนรับยาที่โรงพยาบาล ให้ผลการรักษาที่ดีแล้ว ยังเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย เพราะระหว่างที่ผู้ป่วยรับยาเคมีบำบัดสามารถทำภารกิจประจำวันอื่นไปพร้อมกันได้ ขณะที่ต้นทุนบริการไม่แตกต่าง โดยโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นหนึ่งในโรงพยาบาล 7 แห่ง ร่วมนำร่องสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ ซึ่งอีก 6 แห่ง ได้แก่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, รพ.มะเร็งลพบุรี, รพ.มะเร็งชลบุรี, รพ.ราชวิถี, รพ.จุฬาภรณ์ และ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

“การรับเคมีบำบัดปกติคนไข้ต้องใช้เวลารอเตียงนาน 5-7 วัน ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่มาก ทำให้การนัดรับยาคลาดเคลื่อน ทั้งการให้ยาเคมีบำบัดแต่ละครั้งผู้ป่วยต้องนอนที่โรงพยาบาลนาน 2-3 วัน บริการเคมีบำบัดที่บ้านจึงเป็นทางออกที่ดี และเป็นบริการทางการแพทย์ New Normal ทั้งนี้เหตุที่เริ่มในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะจำนวนผู้ป่วยมีมาก 1 ใน 5 ของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุด และตัวยาเคมีบำบัดที่ใช้ที่บ้านค่อนข้างปลอดภัยและมีความเสถียร” 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในวันนี้ยังได้เยี่ยมชมบริการ “ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต” (สเต็มเซลล์) ของโรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย หนึ่งในสิทธิประโยชน์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเริ่มในปี 2551 ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลือง เนื่องจากเป็นการรักษาต่อเนื่องหลังจากการให้เคมีบำบัด ต่อมาปี 2554 ได้เพิ่มการรักษาไปยังผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ทั้งยังขยายครอบคลุมกรณีที่ผู้บริจาคเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติ ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2551-2562 มีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายแล้ว จำนวน 489 ราย และในปีงบประมาณ 2563 ได้ขยายเป้าหมายเพิ่มการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยเป็น 110 ราย

ทั้งนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดีมีความเชี่ยวชาญการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ และที่ผ่านมาได้ให้บริการปลูกถ่ายผู้ป่วยจำนวนมาก รวมถึงกรณีน้องจีน อายุ 7 ปี ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากไขกระดูกที่รับจากน้องจีโอ้ (น้องชาย) อายุ 5 ปี ขณะติดเชื้อ COVID-19 รายแรกของโลก โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สะท้อนถึงความสามารถของทีมแพทย์และระบบการแพทย์ไทยในการดูแลผู้ป่วย

 

////////////25 กรกฎาคม 2563