National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    เปลี่ยนภาษา

 

สิทธิหลักประกันสุขภาพ

สิทธิที่ได้รับ

 

กลุ่มที่ได้รับความคุ้มครอง

1. การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการควบคุมโรค

(ก) การตรวจและดูแลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์

(ข) การดูแลสุขภาพเด็ก พัฒนาการและภาวะโภชนาการ รวมถึงการให้ภูมิคุ้มกันโรคตามแผนงานการให้ภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ

(ค) การตรวจสุขภาพประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง

(ง) การวางแผนครอบครัว (ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย ห่วงอนามัย ยาฝังคุมกำเนิด และการทำหมันถาวร)

(จ) ยาต้านไวรัสเอดส์

(ฉ) การเยี่ยมบ้าน และการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน

(ช) การให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการในระดับบุคคลและครอบครัว

(ซ) การให้คำปรึกษา (counseling) และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพ

(ฌ) การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก ได้แก่ การตรวจสุขภาพช่องปาก การแนะนำ ด้านทันตสุขภาพ การให้ฟลูออไรด์เสริมในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุ เช่น กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ รวมทั้งการเคลือบหลุมร่องฟัน

2. การตรวจ การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์จนสิ้นสุดการรักษา ทั้งนี้ รวมถึงการแพทย์ทางเลือกที่ผ่านการรับรองของคณะกรรมการ 

3. การคลอดบุตร รวมกันไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีที่บุตรมีชิวิตอยู่ (กรณีบุตรคลอดแล้วรอดออกมามีชีวิต)โดยนับตั้งแต่ใช้ สิทธิในโครงการหลักประกันสุขภาพ

4. ค่าอาหาร และค่าห้องสามัญ

5. การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหินปูน การทำฟันปลอมฐานพลาสติก การรักษาโพรงประสาทฟันน้ำนม และการใส่เพดานเทียมในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่

6 ยาและเวชภัณฑ์ตามกรอบบัญชียาหลักแห่งชาติ

7. การจัดส่งต่อเพื่อการรักษาระหว่างหน่วยบริการ

8. การบริการทางการแพทย์หรือค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากข้อ (1) - (7)  ที่คณะกรรมการกำหนด

ขึ้นบน

 ประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขที่ผู้มีสิทธิจะได้รับโดยมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

1. ยาต้านไวรัสเอดส์ (จากการประชุมครั้งที่ 14/2548 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2548)
2. การรักษาผู้ป่วยโรคจิตเวช กรณีที่ต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในเกินกว่า 15 วัน (จากการประชุมครั้งที่ 5/2553 วันที่ 10 พฤษภาคม 2553)
3. การผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ที่มีภาวะตับวายจากท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิดหรือตับวายจากโรคอื่นๆ (จากการประชุมครั้งที่ 2/2554 วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554)
4. การปลูกถ่ายหัวใจ (จากการประชุมครั้งที่ 3/2554 วันที่ 14 มีนาคม 2554)
5. กำหนดรายชื่อยาต่อไปนี้อยู่ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข (จากการประชุมครั้งที่ 11/2553 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2553)

1. กลุ่มยา Respiratory system จำนวน 2 รายการ คือ

ชื่อยา

รูปแบบยา

บัญชี

เงื่อนไข

Montelukast sodium

Chewabie tab (เฉพาะ 4 mg.และ 5 mg.) film coated tab (เฉพาะ 10 mg.)

ชนิด Chewabie tab เฉพาะ 4 mg.ใช้ในเด็กอายุตั้งแต่ 2-5 ขวบ

 Codeine phosphate 10 mg.+Glycery guaiacolate 100 mg.

tab , cap

 

2. กลุ่มยา Central nervous system ยาจิตเวช จำนวน 2 รายการ คือ

Risperidone

tab(ไม่รวมชนิดละลายในปาก)

 

sertraline

tab (เฉพาะ 50 mg.)

 

3. กลุ่มยา Infections จำนวน 1 รายการ

Levofloxacin hemihydrate

tab (เฉพาะ 50 mg.)

  • เป็น second line drug ในการติดเชื้อ Multidrug-resistant tuberculosis (MDR TB)
  • ใช้สำหรับรักษา Moderate to severs communite-acquired pneumonia และ lower respiratory tract infection ที่สงสัย Drug Resistant S.Pneumoniae (DRSP) หรือ atypical pathogen
  • ใช้เป็น sequential therapy ต่อเนื่องจากยาฉีด (switch therapy)
  • ใช้รักษาผู้ป่วยนอกกรณีที่ใช้ macrolide) ไม่ได้หรือไม่ได้ผล
  • ใช้รักษา acute bacterial rhinosinusist ที่รักษาด้วย amoxicillin ขนาดสูงและกลุ่ม augmented penicillin หรือ cephalosporin หรือ macrolode ไม่ได้หรือไม่ได้ผล (ตรวจสอบ dose ) ก่อนใช้
  • ใช้กรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ

4. กลุ่มยา Endocrine system จำนวน 2 รายการ คือ

Diazoxide (ยากำพร้า)

tab

  • ใช้สำหรับ Pinemic hypoglycemia hypoglycemia of infancy (PHHI หรือ nesidioblastosis)
  • Insulinoma ที่ผ่าตัดไม่ได้

Hydrocortisone ชนิดเม็ดเป็นยากำพร้า

tab (as base),sterile pwdr (as sodium succinate),sterile susp(as acetate)

 

  • 5. กลุ่มยา Nutrition and Blood
  •    5.1 Whole blood and blood products จำนวน 7 รายการ

Packed red cell,leukocyte poor

 

ใช้เฉพาะผู้ป่วยที่มีกลุ่มเลือดหายาก Rh- หรือมีความจำเป็นต้องใช้เลือดเร่งด่วนแต่ขาดเลือดเท่านั้น

Platelete concentrate,leukocyte depleted

 

concentrate,leukocyte depleted,random donor

 

Packed red cell,leukocyte Depleted single donor 2 units

 

Platelete concentrate,leukocyte depleted, single donor

 

ใช้เฉพาะผู้ป่วยที่มีกลุ่มเลือดหายาก Rh- หรือมีความจำเป็นต้องใช้เลือดเร่งด่วนแต่ขาดเลือดเท่านั้น

Packed red cell,leukocyte poor,irradiated

 

ใช้กับผู้ป่วยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด

Packed red cell,leukocyte depleted ,irradiated

 

ใช้กับผู้ป่วยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่เคยแพ้ต่อ Packed red cell,leukocyte poor,irradiated

5.2 Vitamin and mineral จำนวน 2 รายการ

Folice acid

tab (เฉพาะ 400 mcgและ 5 mg.)

  • ใช้สำหรับเสริมไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ์
  • ใช้เสริมไอโอดีนในช่วง 6 เดือนแรกของการให้นมบุตร
  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ

Potassium lodide

tab (เฉพาะ 150 mcg as iodine)

Ferrous salt+Folic acid

tab (เฉพาะ 60 mcg as iron + 400 mcg)

ใช้สำหรับเสริมโฟเลตและธาตุเหล็กตลอดการตั้งครรภ์

Ferrous salt+Folic acid + Potassium lodide

tab (เฉพาะ 60 mcg as iron + 400 mcg + 150 mcg as iodine)

1.ใช้เสริมโฟเลต ธาตุเหล็กและไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ์
2.ห้ามใช้ในผู้ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ

Lodine

cap

 

6.กลุ่มยา Ear.nose, oropharynx and oral cavity รายการยาสำหรับการติดเชื้อราในรูหู (Drug used in otomycosis) จำนวน 4 รายการ

Acetic acid

ear drop (hosp) (เฉพาะ 2% in aqueous และ 2% in 70% alcohol)

 

3% Boric acid in 70% isopropyl alcohol

ear drop (hosp)

 

Gentian violet

solution (hosp)

 

Clotrimazole

ear drop

 

7.กลุ่มยา Immunological products and vaccines จำนวน 2 รายการ

Diphtheria-Tetanus-Pdrtussis-Hepatitis B vaccine

lng

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีทุกราย
  • ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังร่วมด้วย 7 โรค ได้แก่ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง โรคไตวาย โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
  • บุคลากรด้านสาธารณสุขที่มีความเสี่ยง

Influenza vaccine ชนิดวัคซีนรวม 3 สายพันธุ์ (trivalent)

lng


6.กำหนดรายชื่อยาต่อไปนี้อยู่ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข (จากการประชุมครั้งที่ 1/2554 วันที่ 10 มกราคม 2554)

1. ยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ
    
1.1 ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม)

ชื่อยา

รูปแบบยา

เงื่อนไข

ยาหอมทิพโอสถ

ยาผง  ยาเม็ด ยาผง (รพ.)  ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาหอมเทพจิตร

ยาผง  ยาเม็ด  ยาผง (รพ.)  ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาหอมนวโกฐ

ยาผง  ยาเม็ด ยาผง (รพ.)  ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาหอมบำรุงหัวใจ

ยาผง  ยาเม็ด ยาผง (รพ.)  ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาหอมอินทจักร์

ยาผง  ยาเม็ด ยาผง (รพ.)  ยาเม็ด (รพ.)

 

     1.2.ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหาร
          1.2.1 กลุ่มยาขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

ยาธาตุบรรจบ

ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.)ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาธาตุอบเชย

ยาน้ำ (รพ.)

 

ยาเบญจกูล

ยาแคปซูล ยาชง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

ยาประสะกะเพรา

ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาประสะกานพลู

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาผง (รพ.)

 

ยาประสะเจตพังคี

ยาแคปซูล ยาผง ยาแคปซูล(รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยามันทธาตุ

ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล(รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยามหาจักรใหญ่

ยาเม็ด ยาแคปซูล(รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาวิสัมพยาใหญ่

ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล(รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาอภัยสาลี

 

 

          1.2.2 กลุ่มยาบรรเทาท้องผูก

ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง

ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน

 

ยาธรณีสันฑะฆาต

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.)  ยาผง (รพ.)

 

          1.2.3 กลุ่มยาแก้ท้องเสีย

ยาธาตุบรรจบ

ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)  ยาลูกกลอน (รพ.)     

 

ยาเหลืองปิดสมุทร

ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

          1.2.4 กลุ่มยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก

ยาผสมเพชรสังฆาต

ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.)

 

ยาริดสีดวงมหากาฬ

ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.)

 

     1.3 ยารักษากลุ่มอาการสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา

ยาประสะไพล

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาปลูกไฟธาตุ

ยาแคปซูล(รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาไฟประลัยกัลป์

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) 

 

ยาไฟห้ากอง

ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) 

 

ยาเลือดงาม

ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)

 

ยาสตรีหลังคลอด

ยาต้ม (รพ.)

 

     1.4 ยาแก้ไข้

ยาเขียวหอม

ยาผง ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.) 

 

ยาจันทร์ลีลา

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)   

 

ยาประสะจันทร์แดง

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)   

 

ยาประสะเปราะใหญ่

ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)   

 

ยามหานิลแท่งทอง

ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)   

 

ยาห้าราก

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด                    

 

     1.5 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ

ยาแก้ไอผสมกานพลู

ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม

ยาน้ำ (รพ.)

 

ยาแก้ไอผสมมะนาวดอง

ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาแก้ไอพื้นบ้านอีสาน

ยาน้ำ (รพ.)

 

ยาตรีผา

ยาชง ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

ยาประสะมะแว้ง

ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาปราบชมพูทวีป

ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาอำมฤควาที

ยาผง ยาลูกกลอน ยาผง (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

     1.6 ยาบำรุงโลหิต

ยาบำรุงโลหิต

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)   

 

     1.7 ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก
     ก. ยาสำหรับรับประทาน

ยากษัยเส้น

ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาแก้ลมอัมพฤกษ์

ยาผง (รพ.)

 

ยาธรณีสันฑะฆาต

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด  ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.)              

 

ยาผสมโคคลาน

ยาชง (รพ.) ยาต้ม (รพ.)

 

ยาผสมเถาวัลย์เปรียง

ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยาสหัศธารา

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด  ยาลูกกลอน    ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)              

 

     ข.ยาสำหรับใช้ภายนอก

ยาขี้ผึ้งไพล

ยาขี้ผึ้ง (รพ.)

 

ยาประคบ

ยาประคบสมุนไพร (สด/แห้ง) (รพ.)

 

     1.8 ยาบำรุงธาตุ ปรับธาตุ

ยาตรีเกสรมาศ

ยาชง (รพ.)

 

ยาตรีพิกัด

ยาแคปซูล (รพ.)

 

ยาเบญจกูล

ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาปลูกไฟธาตุ

ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

2.ยาพัฒนาจากสมุนไพร
     2.1 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหาร

ยากล้วย

ยาผง (รพ.)

 

ยาขมิ้น (ชัน)

ยาแคปซูล ยาแคปซูล (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)

 

ยาขิง

ยาแคปซูล  ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

ยาชุมเห็ดเทศ

ยาแคปซูล  ยาผง ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

ยาฟ้าทะลายโจร

ยาแคปซูล ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

ยามะขามเปียก

ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

     2.2 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ

ยาฟ้าทะลายโจร

ยาแคปซูล ยาเม็ด  ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)

 

     2.3 การรักษากลุ่มอาการทางระบบผิวหนัง

ยาทิงเจอร์ทองพันชั่ง

ทิงเจอร์ (รพ.)

 

ยาทิงเจอร์พลู

ทิงเจอร์ (รพ.)

 

ยาบัวบก

ยาครีม ยาครีม (รพ.)

 

ยาเปลือกมังคุด

ยาน้ำใส (รพ.)

 

ยาพญายอ

ยาครีม ยาโลชั่น สารละลาย (สำหรับป้ายปาก) ขี้ผึง (รพ.) ทิงเจอร์ (รพ.) สารละลาย (สำหรับป้ายปาก) (รพ.) โลชั่น (รพ.)

 

     2.4 ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก
       ก. ยาสำหรับรับประทาน

ยาเถาวัลย์เปรียง

ยาแคปซูล (รพ.)

 

      ข.ยาสำหรับใช้ภายนอก

ยาพริก

ยาเจล ยาครีม (รพ.) ยาเจล (รพ.) ยาขี้ผึ้ง (รพ.

 

ยาไพล

ยาครีม

 

ยาน้ำมันไพล

ยาน้ำมัน (รพ.)

 

     2.5 ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินปัสสาวะ

ยากระเจี๊ยบแดง

ยาชง (รพ.)

 

ยาหญ้าหนวดแมว

ยาชง (รพ.)

 

     2.6 ยาแก้ไข้ ยาแก้ร้อนใน

ยาบัวบก

ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

ยามะระขี้นก

ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

ยาหญ้าปักกิ่ง

ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

      2.7 ยาถอนพิษ เบื่อเมา

ยารางจืด

ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.)

 

      2.8 ยาลดความอยากบุหรี

ยาหญ้าดอกขาว

ยาชง (รพ.)

 



7. กำหนดให้ยา Octreotide Sterile Solution อยู่ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข (จากการประชุมครั้งที่ 2/2554 วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554)

8. ขยายบริการบำบัดทดแทนไต ให้อยู่ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข จากการประชุมครั้งที่ 11/2550 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551) เริ่ม 1 ตุลาคม 2551

ขึ้นบน

กลุ่มที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง

  • กลุ่มบริการที่เกินความจำเป็นพื้นฐาน
    1. การรักษาภาวะมีบุตรยาก
    2. การผสมเทียม
    3. การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงาม โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
    4. การตรวจวินิจฉัย และรักษาใดๆ ที่เกินความจำเป็นและไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
    5. การรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง
  • กลุ่มบริการที่มีงบประมาณจัดสรรเป็นการเฉพาะ
    1. การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและสารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยาเสพติด
    2. อุบัติเหตุการประสบภัยจากรถและอยู่ในความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเฉพาะส่วนที่บริษัทหรือกองทุนตามกฎหมายนั้นต้องเป็นผู้จ่าย
  • กลุ่มบริการอื่นๆ
    1. โรคเดียวกัน ที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาล ประเภทผู้ป่วยในเกินกว่า 180 วัน ยกเว้นกรณีมีความจำเป็น ต้องรักษาต่อเนื่อง จากการแทรกซ้อน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

ขึ้นบน

การยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ เบื้องต้น(มาตรา 41)

           การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ให้แก่ผู้รับบริการ ในกรณีที่ผู้รับบริการได้รับความเสียหาย จากการรักษาพยาบาล เป็นมาตรการที่ดำเนินการตามบทบัญญัติของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ ให้คณะกรรมการ กันเงินจำนวนไม่เกินร้อยละหนึ่ง ของเงินที่จะจ่ายให้หน่วยบริการ ไว้เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ให้กับผู้รับบริการ ในกรณีที่ผู้รับบริการ ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ โดยหาผู้กระทำผิดมิได้หรือหาผู้กระทำผิดได้แต่ยังไม่ได้รับความเสียหาย ภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ”

           เงินช่วยเหลือเบื้องต้น หมายถึง เงินที่จ่ายให้ผู้รับบริการหรือทายาทหรือผู้อุปการะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในกรณีที่ผู้รับบริการได้รับค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลในหน่วยบริการ โดยมิต้องรอการพิสูจน์ถูกผิด

  • การยื่นคำร้อง 
    ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง ได้แก่ ผู้รับบริการ หรือทายาท ซึ่งทายาท ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส ผู้สืบสันดาน(บุตร) พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดา พี่น้องร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา โดยให้ทายาทคนใดคนหนึ่งยื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องยื่นตามลำดับชั้น
  • ระยะเวลายื่นคำร้อง 
    1 ปี นับจากทราบความเสียหาย
  • วิธียื่นคำร้อง 
    การยื่นคำร้องทำได้ วิธี  คือ
    1. ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่หน่วยรับคำร้อง
    2. ส่งคำร้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยคณะกรรมการจะถือวันที่ประทับตราเป็นวันที่ยื่นคำร้อง
  • สถานที่ยื่นคำร้อง
    ต่างจังหวัด ----> สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาจังหวัด (สสจ.) ที่เกิดเหตุ 
    กทม. ----> สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาเขต13 กรุงเทพมหานครหรือ 120 ม.3 อาคารบี โซนทิศใต้ ชั้น 5(ฝั่งลานจอดรถ) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
  • สาระสำคัญของคำร้อง 
              การยื่นคำร้องจะเขียนตามแบบฟอร์มที่กำหนด หรือเขียนเป็นหนังสือก็ได้ แต่ข้อความในหนังสือควรมี
    • ชื่อ – สกุล ของผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหาย
    • ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการให้บริการสาธารณสุข
    • ชื่อของหน่วยบริการที่ให้บริการสาธารณสุข
    • วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น หรือวันที่ทราบความเสียหาย
    • สถานที่ที่ติดต่อผู้รับบริการหรือผู้ยื่นคำร้องได้โดยรวดเร็ว
    • สถานภาพของผู้รับบริการ เช่น อาชีพ รายได้หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นต้น
  • เอกสารหลักฐานในการยื่นคำร้อง
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ)
    • เอกสารหรือหลักฐานแสดงรายละเอียดข้อมูลอื่นที่อาจใช้เป็นประโยชน์ประกอบการพิจารณา (ถ้ามี)
  • เกณฑ์การพิจารณา
              ผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัด

              คณะกรรมการดังกล่าวจะทำหน้าที่พิจารณาว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้รับบริการควรได้รับเงินช่วยเหลือตามข้อบังคับหรือไม่เพียงใด หากควรได้รับเงินช่วยเหลือก็จะพิจารณาโดยคำนึงถึงความรุนแรงของความเสียหายและเศรษฐานะของผู้เสียหายด้วย โดยมีขั้นตอน ดังนี้
    1. พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับ คือ
    2. พิจารณาถึงประเภทของความเสียหาย
    3. พิจารณาถึงความรุนแรงและเศรษฐานะของผู้เสียหาย
  • เกณฑ์การพิจารณาเงินช่วยเหลือ
    • ความเสียหายที่เกิดก่อน 1 ต.ค.55 จะได้รับเกณฑ์ช่วยเหลือดังนี้
      • เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 200,000 บาท
      • พิการหรือสูญเสียอวัยวะ จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 120,000 บาท
      • บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 50,000 บาท
    • ความเสียหายที่เกิดหลัง 1 ต.ค.55 จะได้รับเกณฑ์ช่วยเหลือดังนี้
      • เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร  จ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท
      • พิการหรือสูญเสียอวัยวะ จ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 240,000 บาท    
      • บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือได้ไม่เกิน 100,000 บาท
    • กรณีฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องและได้รับการดูแลตามมาตราฐานการฝากครรภ์ จนอายุครรภ์ตั้งแต่ 37 สัปดาห์ขึ้นไป และทารกเสียชีวิตในครรภ์ระหว่างการดูแลในหน่วยบริการ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้เท่ากรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร และหากมารดาได้รับความเสียหายด้วยก็ให้ได้รับเงินช่วยเหลือได้อีกตามประเภทความเสียหายนั้น
  • การแจ้งผลการพิจารณา
              เลขานุการของคณะอนุกรรมการจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ให้ผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหายหรือทายาททราบพร้อมแจ้งสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังได้รับหนังสือแจ้งผลทางไปรษณีย์ตอบรับ
  • การอุทธรณ์
              หากผู้รับบริการหรือทายาทที่ยื่นคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน หลังได้รับแจ้ง โดยวิธีการและสถานที่ยื่นคำร้อง เหมือนกับการยื่นคำร้องครั้งแรก โดยสำนักงานสาขาจะนำคำร้องอุทธรณ์และผลการวินิจฉัยครั้งแรกส่งมาที่ สปสช.เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณา
  • สาระสำคัญของการอุทธรณ์
    • ชื่อผู้อุทธรณ์
    • วันที่ทราบผลการวินิจฉัย
    • เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย
    • สถานที่ที่สามารถติดต่อผู้ยื่นอุทธรณ์ได้โดยเร็ว

หมายเหตุ : ผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สิ้นสุด ผู้รับบริการหรือทายาทจะอุทธรณ์อีกไม่ได้