สปสช.เขต 4 สระบุรีสร้างความเข้าใจแนวทางการจ่ายเครื่องช่วยฟังฯ


ผู้พิการทางการได้ยินกว่าหมื่นรายทั่วประเทศ ได้รับเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูญเสียการได้ยิน ด้วยงบประมาณกว่า 130 ล้านในการดูแลอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังฯ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้พิการทางการได้ยิน สปสช. ชี้ทั้งประเทศพบอัตราการเข้าถึงร้อยละ 10 ส่วนพื้นที่ภาคกลาง สปสช.เขต 4 มีผู้พิการทางการได้ยินเข้าถึงร้อยละ 9.6  มุ่งเพิ่มคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐาน  ลดการซ้ำซ้อนผู้ป่วยเกิดความมั่นใจในการรับบริการ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ณ ห้องประชุม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี จัดประชุมชี้แจงแนวทางการให้บริการเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี โดยมี  นพ.ชลอ  ศานติวรางคณา ผอ.สปสช.เขต 4 สระบุรี ให้แนวทางในการตรวจสอบหลังการจ่ายชดเชยอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแก่หน่วยบริการ และทีมวิทยากรจากสำนักตรวจสอบการชดเชยของ สปสช.(ส่วนกลาง) ร่วมชี้แจงแนวทางการบันทึกข้อมูลให้ถูกต้อง มีเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ พยาบาลที่ปฎิบัติงาน โสต ศอ นาสิกแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 30 คนของหน่วยบริการระดับ รพศ.  รพท. และรพช. ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคกลางตอนบน

นพ.ชลอ  ผอ.สปสช.เขต 4 สระบุรีกล่าวว่า หลังจากการจ่ายชดเชยอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง (Post Audit)ให้แก่หน่วยบริการต่างๆ ในพื้นที่โดยการสุ่มตรวจจากเวชระเบียนผู้ป่วยที่รับบริการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง พบว่าการให้บริการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังฯไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานประมาณร้อยละ 85 ส่วนใหญ่มีการเบิกไม่ถูกต้องตามมาตรฐานการให้บริการ เช่น การบันทึกข้อมูลในโปรแกรมไม่ตรงตามที่จ่ายอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแก่ผู้พิการตามมาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งอัตราการเข้าถึงอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังของผู้สูญสียการได้ยินในภาพรวมของประเทศเฉลี่ยร้อยละ 10 ในส่วนของพื้นที่ สปสช.เขต 4 สระบุรี อัตราการเข้าถึงเฉลี่ยร้อยะ 9.6 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยการเข้าถึงบริการในภาพรวมของประเทศ งบประมาณในการจัดบริการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังฯในประเทศรวมกว่า 130 ล้านบาท ด้วยอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังฯกว่า 10,000 เครื่อง ทั้งนี้ผลจากการตรวจสอบในปี 2556 พบกว่าความถูกต้องคิดเป็นร้อยละ 25 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่พบหลักฐานการตรวจ Ctoscope ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เป็นต้น เพื่อให้หน่วยบริการมีการจัดบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นต่อการเข้ารับบริการของผู้มีสิทธิ ตลอดจนการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยบริการต้องบันทึกข้อมูลในโปรแกรมรายงานอุปกรณ์คนพิการและการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพภายใน 30 วันหลังการให้บริการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังขณะเดียวกันผู้ป่วยเองก็ต้องเซ็นรับเครื่องช่วยฟังฯ หลังจากที่มีการทดสอบการได้ยินด้วยเครื่องฯดังกล่าวแล้ว ว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

 

 
 
กลับ