สปสช.เขต 4 สระบุรีเสริมศักยภาพ อปท.มุ่งสู่ถนนนวัตกรรมการจัดการสุขภาพชุมชน


            สปสช.เขต 4 สระบุรีเสริมศักยภาพ อปท. มุ่งพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น สู่ถนนนวัตกรรมการจัดการสุขภาพชุมชน นายกฯอบต.ดอนหญ้านาง เผยกลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการจัดการสุขภาพชุมชน เริ่มที่ “เปลี่ยนแนวคิด” ย้ำ อปท.เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด รู้ปัญหาพื้นที่โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพ หาก อบต./เทศบาลทุกแห่ง ตั้งปณิทานเพื่อประโยชน์ของชาวบ้านในพื้นที่ ก็จะทำให้เกิดระบบดูแลสุขภาพชุมชนแบบยั่งยื่น  ลดช่องว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น

เมื่อวันที่ 29-30 เมษายน 2556 ณ ไร่กุสุมา รีสอร์ท อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรีจัดอบรมเชิงปฎิบัติการแบบมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนในการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น ในพื้นที่ สปสช.เขต 4 สระบุรี  โดยมี นพ.ชลอ  ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 4 สระบุรี เป็นประธานพิธีเปิดและให้นโยบาย ทิศทางการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นฯ มีผู้เข้าร่วมอบรมจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต./เทศบาล บุคลากรสาธารณสุขในระดับ รพสต. สสอ. และภาคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการกองทุนฯ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคกลางตอนบนเข้าร่วมกว่า 100 คน

นพ.ชลอ ผอ.สปสช.เขต 4 สระบุรี กล่าวว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ นอกจากมีเจตนารมณ์ในการสร้างการมีส่วนร่วมของ อปท.ให้เข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังเน้นการสนับสนุนให้ประชาชนได้แสดงบทบาทในการบริหารจัดการ และดำเนินงาน กิจกรรมด้านการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ และรักษาพยาบาลในพื้นที่ชุมชน  เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพของทุกภาคส่วนในสังคม ภายใต้แนวคิด “กองทุนสุขภาพชุมชน ทุกคนเป็นเจ้าของ”  

ซึ่งหลักการของกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นนี้ฯ เพื่อให้ประชาชนใน 5 กลุ่มเป้าหมายหลักเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่กลุ่มแม่และเด็ก  กลุ่มแรกเกิดถึง 6 ปี กลุ่มเด็กโตอายุ 6 ปีถึงอายุต่ำกว่า 25 ปี กลุ่มผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปและกลุ่มคนพิการและทุพลภาพ และดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการหรือสถานบริการอื่น รวมทั้งสถานบริการทางเลือกในพื้นที่โดยเน้นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพและการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต    เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในเขตพื้นที่ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ตามประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขฯ ตลอดจนสนับสนุนให้กลุ่มประชาชนในพื้นที่จัดทำกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคหรือฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายสุรกิจ สุวรรณแกม นายกอบต.ดอนหญ้านาง จ.พระนครศรีอยุธยา เผยอันดับแรกสู่ความสำเร็จของการมีชีวิตอย่างสุขและสุขภาวะดี เริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน กินข้าวกล้อง ลดนม เนย ไขมัน กินผักปลูกเองตามรั้วบ้าน เจ็บป่วยดูแลกันเองแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ที่สำคัญต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างองค์กร หน่วยงาน ชาวบ้าน  มีการพูดคุยกันในชุมชนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรู้ถึงปัญหาในพื้นที่  เน้นหลักการบริหารงานโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง  ความสำเร็จของการบริหารจัดการกองทุนฯ จะเกิดขึ้นได้ต้องเปลี่ยนวิธีคิด  เพื่อเปลี่ยนมุมมอง โดยใช้อริยสัจ 4 โมเดล ไม่เอาเงินเป็นตัวตั้งในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความเป็นเจ้าในการบริหารจัดการระบบสุขภาพชุมชน โดยมีกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นเป็นกลไกลเสริมด้านงบประมาณ และเติมเต็มให้เกิดความยั่งยืน

          “สำหรับการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคกลางตอนบนของ สปสช.เขต 4 สระบุรี มี อบต./เทศบาลที่เข้าร่วมดำเนินการจำนวน 646 แห่ง ยังเหลืออีก 3 แห่งที่ยังไม่เข้าร่วม คาดปี 2557 จะเข้าร่วมเต็มพื้นที่ 100%  หากเข้าร่วมเต็มพื้นที่จะมีทั้งสิ้น 649 แห่ง และจะมีเงินงบประมาณหมุนเวียนในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านสุขภาพประชาชนในพื้นที่เกือบ 300 ล้านบาท ซึ่ง สปสช.เขต 4 สระบุรี คาดหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลเชิงสังคม รพ.สต.ดูแลเชิงสุขภาพ และชาวชุมชนดูแลกันเองได้ในทุกมิติ หัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาสุขภาพชุมชนคือท้องถิ่นต้องเชื่อมโยงข้อมูลเชิงสุขภาพกับ รพสต.ในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลมาแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ตรงจุด โดยตั้งเป้าปี 2557 จะมีนวัตกรรมสุขภาพชุมชนเพิ่มขึ้นในระดับตำบล เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น และส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ลดการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ประชาชนในชุมชนมีสุขภาพดีโดยท้องถิ่นและชุมชนร่วมกันบริหารจัดการระบบสุขภาพในชุมชน” นพ.ชลอ กล่าว

 
 
กลับ