รมว.สธ.ชี้แจงงบกองทุนหลักประกันสุขภาพปี 56 กว่า 1แสนล้านบาท


 

 

   รมว.สธ.ชี้แจงงบกองทุนหลักประกันสุขภาพปี 56 กว่า 1แสนล้านบาท

 

“วิทยา”มอบนโยบายหลักประกันสุขภาพปี 56 เดินหน้า30 บาทรักษาทุกโรค เพิ่มอำนาจให้สสจ.เป็น CEO ดูแลปรับเกลี่ยในจังหวัดเพื่อบริหารให้เกิดสภาพคล่อง  และช่วยขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ 3 กองทุนสุขภาพภาครัฐเพื่อให้สามารถจัดบริการให้กับประชาชนได้อย่างเพียงพอ

 

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2555 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ กทม. นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม “ชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555 เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”  ซึ่งการประชุมดังกล่าวจัดโดย  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้กับ ผู้บริหารระดับกระทรวงสาธารณสุข  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการรพ.ศูนย์และรพ.ทั่วไป และผู้บริหารสปสช.เขตและสาขาจังหวัด 450 คน

         

นายวิทยา กล่าวว่า การเพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย เป็นนโยบายด้านสาธารณสุขที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ต้องการพัฒนาระบบประกันสุขภาพ 30 บาท รักษาทุกโรค เพื่อสร้างระบบบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพมาตรฐานทั่วถึง และเป็นธรรม ภายใต้แนวคิด สมาร์ท เฮลท์ (SMART HEALTH) คือ มีหมอใกล้บ้าน ใกล้ใจ มียาดีใช้เพียงพอ ไม่ต้องรอรักษานาน มีการจัดการโรคเรื้อรัง เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยให้มีการนัดประชุมทุก 2 เดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า  รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำการใช้สิทธิการรักษาพยาบาล ให้ประชาชนได้รับบริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน  โดยเริ่มจากนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิต ไม่ถามสิทธิ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา  ภายใต้การสร้างความเป็นเอกภาพและบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบประกันสุขภาพภาครัฐ  และล่าสุดการให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย  ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา   อย่างไรก็ตามและผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ  เกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วน 1 ปีแรกรัฐบาลยิ่งลักษณ์   ของนิด้าโพลล์ พบว่า ประชาชนร้อยละ 85 ให้เป็นนโยบายการพัฒนาระบบประกันสุขภาพ “30 บาทรักษาทุกโรคประสบความสำเร็จมากที่สุด

 

“ในปีงบประมาณ 2556 กองทุนหลักประกันสุขภาพของประเทศไทยได้รับการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวจำนวนเงิน  108,507 ล้านบาท จากประชากรทั้งประมาณ 48 ล้านคน ซึ่งจะให้ความสำคัญการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ  สำหรับหน่วยบริการซึ่งเป็นผู้ให้บริการต่างๆ ขอเน้นว่า โรงพยาบาลจะต้องใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรี  ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการ  โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ต้องเดินคู่กันให้สอดคล้องกัน การทำงานทุกระดับต้องมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้จัดการระบบ หรือ CEO ระดับจังหวัด โดยมีหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยบริการภายในจังหวัดให้เพียงพอ  มิให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง และจะต้องมีการติดตามการใช้เงินของทุกหน่วยบริการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งต้องมีระบบการติดตาม ระบบการกำกับการบริหารงานโรงพยาบาล สนับสนุนหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือ รพ.สต. ให้สามารถจัดบริการให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเพียงพอและทั่วถึง ” รัฐมนตรีว่าการสธ. กล่าว

 

นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า การดำเนินงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จากจุดเริ่มต้นที่มี พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบันนั้น ได้รับการประเมินจากต่างประเทศโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พบว่า  ประสบความสำเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับนานาประเทศให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านหลักประกันสุขภาพได้ ทั้งนี้  ระบบหลักประกันสุขภาจะประสบความสำเร็จได้ถึงวันนี้  ได้รับความความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวิชาชีพ และที่สำคัญอย่างมากได้แก่ ผู้ให้บริการสาธารณสุข  ที่ช่วยกันผลักดันให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ในการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการและได้รับบริการสาธารณสุขตามสิทธิที่พึงได้ในฐานะความเป็นประชาชนไทย และครอบครัวไม่ต้องล้มละลายจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

เลขาธิการสปสช.กล่าวว่า  สำหรับปีงบประมาณ 2556   ในการจัดกระบวนการแนวทางการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสปสช. ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นได้ว่า หน่วยบริการในทุกจังหวัดจะไม่เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง

 

 

/////////////////11 ตุลาคม 2555

 

 

 

 

 

 

 

 
 
กลับ