รวมพลังจัดทำแนวทางการพัฒนาเครือข่ายเขตสาธารณสุข 6, 7 และพัฒนาระบบส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย ในพื้นที่


 

รวมพลังจัดทำแนวทางการพัฒนาเครือข่ายเขตสาธารณสุข 6, 7 และพัฒนาระบบส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย ในพื้นที่

 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2555 สำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 6 และ เขต 7  ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต (สปสช.) 11 สุราษฎร์ธานี ประชุมจัดทำแนวทางการพัฒนา                  เครือข่ายบริการตามแผนพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค (Service Plan) กระทรวงสาธารณสุข และการพัฒนาระบบส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วยในพื้นที่ ณ ห้องประกายเพชร โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจัดแนวทาง ฯ จำนวน 100 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร/แพทย์ที่รับผิดชอบระบบส่งต่อ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานการส่งต่อ แพทย์และพยาบาล Case Manager เครือข่ายกลุ่มโรคที่มีอัตราตายสูง (โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรืออุดตัน โรคมะเร็ง บริการทารกแรกเกิด บริการบาดเจ็บที่ศีรษะ) จากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ และหัวหน้ากลุ่มงานประกันสุขภาพสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในเขตพื้นที่ 7 จังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยบริการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้รับทราบถึงปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะต่างๆ เป็นการจัดแนวทางที่ร่วมกันคิดร่วมกันทำเพื่อประโยชน์การรับบริการของประชาชนที่ได้ยึดถือมาโดยตลอด โดยได้รับเกียรติจากนายแพทย์วิรัช เกียรติเมธา ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 7 นายแพทย์รัฐวุฒิ สุขมี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 6 และ          นายแพทย์ภูมิวิชญ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 11 สุราษฎร์ธานี ร่วมรับฟังการนำเสนอแนวทางการพัฒนา ฯ ตลอดการประชุม  

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 7 กล่าวถึงความเป็นมาในการพัฒนาระบบส่งต่อ-ส่งกลับของพื้นที่ และได้มอบนโยบายการพัฒนาเครือข่ายเขตสาธารณสุข 6 และ 7 ว่า การจัดการที่ได้ปฏิบัติร่วมกันมาโดยตลอด นั่นคือ อย่าให้การเป็นเขตเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของประชาชนในการรับส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย ในพื้นที่ตรวจราชกระทรวงสาธารณสุข เขต 6, 7, 8 จากการวางแผนให้เกิดความสอดคล้องทางพื้นที่กับ สปสช.นั้น สำนักตรวจฯ เขต 6 และ 7 ที่ดูแลพื้นที่ในภาคใต้ตอนบนจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง ระนอง พังงา กระบี่และภูเก็ต ซึ่งใน 7 จังหวัดเป็นพื้นที่เดียวกับการดูแลสุขภาพประชาชนของ สปสช.เขต 11 สุราษฎร์ธานี แต่จังหวัดพัทลุงกับจังหวัดตรังนั้น อยู่ในการดูแลของ สปสช.เขต 12 สงขลา จึงได้มอบการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้เป็นของสำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 8 ที่มีหน้าที่ตรวจราชการปฏิบัติงานของสาธารณสุขในภาคใต้ตอนล่าง ให้เป็นไปตามพื้นที่เหมือนกัน ซึ่งจะทำให้แนวคิด Service Plan บริหารการดูแลผู้ป่วยให้ลดปัญหาการส่งต่อ-ส่งกลับ ให้อยู่ภายในเขตพื้นที่เดียวกัน

 

 

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 6 กล่าวมอบนโยบายอีกว่า การพัฒนาเครือข่ายสาธารณสุข การวางแผนให้มีการเติบโตตามอัตราเร่งทุกหน่วยบริการที่สามารถพัฒนาได้ แต่การจัดการต้องจัดการตามงบประมาณและความจำเป็นที่จะสามารถเจริญเติบโตตามอัตราเร่งได้ ซึ่งจะต้องวิเคราะห์ผลจากการสำรวจทรัพยากร ศักยภาพ และบุคลากร ของหน่วยบริการด้วย

ในที่ประชุมจัดทำแนวทาง ฯ ได้แบ่งกลุ่มย่อยเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มผู้บริหาร/แพทย์ เพื่อวางแผนแนวทางการพัฒนาเครือข่าย กลุ่มที่ 2-6 เป็นการจัดการ Excellent service ได้แก่ เครือข่ายบริการผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเป็นหัวหน้าทีม เครือข่ายบริการผู้ป่วยมะเร็งโดยศูนย์มะเร็งสุราษฎร์ธานี เป็นหัวหน้าทีม เครือข่ายบริการทารกแรกเกิดโดยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชเป็นหัวหน้าทีม เครือข่ายบริการผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะโดยโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เป็นหัวหน้าทีมและเครือข่ายบริการผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ/ตันโดยโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเป็นหัวหน้าทีม เพื่อเป็นการจัด Mapping แม่ข่ายกับลูกข่ายการส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย ตามระดับขีดความสามารถของศักยภาพขอบเขตของหน่วยบริการที่นำไปสู่การจัดการบุคลากรและครุภัณฑ์ที่ต้องการให้เป็นตามที่ได้กำหนดไว้แต่แรก และที่สำคัญกลุ่มที่ 7 เป็นกลุ่มผู้รับผิดชอบประสานการส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย เสนอว่าควรจัดให้มีหน่วยงานศูนย์ประสานการส่งต่อ-ส่งกลับเป็นรูปแบบศูนย์ที่ทำงานโดย มีเจ้าหน้าที่ประจำชัดเจนในการให้บริการประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง (ขณะนี้ส่วนใหญ่การทำงานของศูนย์จะรวมกับงานห้องฉุกเฉิน และงาน EMS ยกเว้นโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตและโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่มีหน่วยงานประสานการรับส่งต่อ-ส่งกลับ ชัดเจนแล้ว) เพื่อให้ง่ายในการประสานการดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบส่งต่อจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าแต่ละกลุ่มไม่รู้จักหรือมีความคุ้นเคยกัน ซึ่งได้มีกำหนดการประชุมวิชาการพร้อมกับการแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคและผลสำเร็จในการดำเนินงาน ด้วยการจัดประชุมร่วมกัน / Tele conference หรือ หรือการศึกษาดูงาน โดยมีการจัดสรรการเป็นเจ้าภาพในแต่ละครั้งต่อไป

 

พัชรี เพชรอักษร รายงาน

 

 

 
 
กลับ