National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    เปลี่ยนภาษา

ประชาสัมพันธ์

บอร์ด สปสช.ผ่านจัดสรรงบ “รายการยา เวชภัณฑ์ฯ” ปี 61 วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเพิ่ม

           บอร์ด สปสช.เห็นชอบจัดสรรงบประมาณ “รายการยา วัคซีน เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปี 61” วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปี 60 จำนวน 1.9 พันล้านบาท สนับสนุนหน่วยบริการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง ช่วยประชาชนเข้าถึงการรักษาเพิ่ม    

ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานที่ประชุม ได้มีวาระพิจารณา “ข้อเสนอหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2561” โดยในวาระนี้คณะกรามการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้เห็นชอบรายการและกรอบวงเงินสำหรับยา วัคซีน เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ที่ให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดหาในปี 2561 ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ในวันนี้ บอร์ด สปสช.ได้เห็นชอบรายการและกรอบวงเงินสำหรับยา วัคซีน เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษที่ให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดหาในปีงบประมาณ 2561 และให้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจารณา เพื่อเสนอต่อ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป โดยเป็นการดำเนินการต่อเนื่องการบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการพิเศษ ปีงบประมาณ 2560 เพื่อให้หน่วยบริการมียา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ ในการดูแลและรักษาผู้ป่วยต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา

ทั้งนี้กรอบการจัดซื้อยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปี 2561 รวมงบประมาณจำนวน 12,396.57 ล้านบาท มีรายการดังนี้

1. ยาจำเป็น ได้แก่ โครงการยาบัญชี จ.(2) โครงการยาบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (ซีแอล) และโครงการยากำพร้าและยาต้านพิษ จำนวน 2,426.78 ล้านบาท

2. ยาวัณโรค จำนวน 440.31 ล้านบาท

3. วัคซีน จำนวน 1,866.90 ล้านบาท

4. สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ได้แก่ โครงการยาต้านไวรัสเอดส์ 2,583.30 ล้านบาท และโครงการถุงยางป้องกันเอดส์ 11.14 ล้านบาท

5. สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ได้แก่ โครงการล้างไตผ่านช่องท้อง (CAPD) และยาอีริโทรโพอิติน (erythropoietin) โครงการสาย KT สำหรับผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้อง จำนวน 4,107.31 ล้านบาท

6. อุปกรณ์และอวัยวะเทียม ได้แก่ โครงการอุปกรณ์และอวัยวะเทียม ได้แก่ ข้อเข่า และขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดโคโรนารี (Stent) จำนวน 960 ล้านบาท

สำหรับการจัดสรรงบประมาณจัดซื้อยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ในปี 2561 นี้ บอร์ด สปสช.ได้ปรับงบประมาณเพิ่มขึ้นจำนวน 1,906.57 ล้านบาท จากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่จำนวน 10,490 ล้านบาท โดยมีการปรับเพิ่มรายการยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนให้ครอบคลุมและทั่วถึง

ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในวันนี้บอร์ด สปสช.ยังได้พิจารณา “ข้อเสนอหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2561” ภายหลังจากที่ ครม.ได้มีมติอนุมัติงบประมาณสำหรับงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2561 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 จำนวน 171,373.67 ล้านบาท โดยที่ประชุมได้มีการถกเถียงในรายละเอียดในข้อเสนอการจัดสรรและการบริหารตามที่อนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน ที่มี นางชุมศรี พจนปรีชา เป็นประธานนำเสนอ ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นควรให้กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นำกลับไปศึกษาและพิจารณาโดยละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากเป็นงบประมาณที่มีวงเงินสูงจึงควรดำเนินการอย่างรอบคอบ ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลา พร้อมให้นำกลับมาพิจารณาอีกครั้งประชุมสัญจรคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ในวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2560 ที่โรงแรมเรดิสัน บลู รีสอร์ท หัวหิน จ.เพชรบุรี นี้